แก้หนังตาตก หนังตาตกเป็นภาวะที่ขอบเปลือกตาตกมาอยู่ในตำแหน่งต่ำกว่าปกติเมื่อมองตรง ซึ่งภาวะปกติเปลือกตาบนจะอยู่ต่ำกว่าขอบตาดำด้านบนประมาณ 1.5 มม. ภาวะหนังตาตกอาจเป็นได้แต่กำเนิด หรือมาเกิดภายหลัง และสาเหตุการเกิดอาจเกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นที่ยกหนังตา หรือเกิดจากเส้นประสาทที่เลี้ยงหนังตาผิดปกติ รวมถึงอาจเกิดจากการที่มีก้อนบริเวณเปลือกตาทำให้หนังตามีการหย่อนยานมาปิดดวงตาได้

แก้หนังตาตก

แต่สำหรับภาวะหนังตาตกที่พบในผู้สูงอายุที่พบบ่อยที่สุดคือเกิดจากเส้นเอ็นของกล้ามเนื้อหย่อนยานตามอายุที่มากขึ้น แก้หนังตาตก ปัญหาหนังตาตกถ้าเกิดในเด็กอาจก่อให้เกิดตาขี้เกียจ จากเปลือกตามาปิดการมองเห็น หรือเกิดจากเปลือกตาที่ตกทำให้เกิดปัญหาสายตาผิดปรกติ หากไม่ได้รับการรักษาระบบการมองเห็นจะไม่ได้รับการกระตุ้นอย่างเต็มที่ ท้ายสุดเกิดเป็นตาขี้เกียจตามมา สำหรับในผู้ใหญ่หนังตาตกอาจทำให้บดบังลานสายตาด้านบน และมีปัญหาเวลาอ่านหนังสือ

ดังนั้นการศัลยกรรมแก้ไขหนังตาตกนั้น สามารถทำได้เนื่องจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อตาเพื่อช่วยแก้ปัญหาสายตาผิดปกติและปัญหาการมองเห็น หรือทำเพื่อเสริมความงาม สร้างเสริมบุคลิกภาพ เพิ่มความมั่นใจให้ตนเองได้อีกด้วย

วิธีการรักษา

แพทย์จะเริ่มจากการกำหนดความหนาของชั้นเปลือกตาบนโดยการวาดระบุตำแหน่ง จากนั้นแพทย์จะใช้ยาชาฉีดเพื่อระงับความรู้สึกเจ็บขณะผ่าตัด เมื่อยาชาออกฤทธิ์แพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณชั้นเปลือกตาบน เพื่อเอาไขมัน กล้ามเนื้อและผิวหนังส่วนเกินออก โดยขั้นตอนนี้จะใช้เลเซอร์ร่วมในการรักษา เพื่อให้กระทบกระเทือนเนื้อเยื่อให้น้อยที่สุด และลดการเสียเลือด ส่งผลให้หลังทำนั้น มีอาการบวมน้อย แผลหายไวยิ่งขึ้น จากนั้นแพทย์จะเย็บกำหนดชั้นของเปลือกตา และทำการเย็บปิดบาดแผลผิวหนังด้วยไหมเส้นเล็กๆ ซึ่งระยะเวลาการผ่าตัดแตกต่างตั้งแต่ 40 นาที ถึง 1 ชั่วโมง และเมื่อผ่าตัดเสร็จ แพทย์จะปิดแผลด้วยวัสดุปิดแผล ในกรณีที่ใช้เย็บแผลด้วยไหมไม่ละลาย แพทย์จะนัดมาเพื่อทำการตัดไหมหลังผ่าตัดประมาณ 5 วัน และสามารถล้างทำความสะอาดเปลือกตาได้หลังผ่าตัดประมาณ 7-10 วัน

ระยะเวลาการผ่าตัด

40-60 นาที

ผลการรักษา

ผลจากการทำศัลยกรรมแก้ไขหนังตาตก คือคุณจะมีดวงตาที่ดูสดใส และมีจะทำให้ดูตาโตขึ้น เป็นผลให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น อีกทั้งการแก้ไขปัญหาหนังตาตก เป็นการผ่าตัดซ่อมแซมเปลือกตาบน มีผลทำให้ชั้นตาดูเห็นชัดเจน ตาดูคม และโตขึ้นได้รูป สวยงามยิ่งขึ้นอีกด้วย

อาการที่สามารถเกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัด

อาจจะมีการปิดแผลด้วยวัสดุปิดแผลเล็กๆ หรือป้ายยาครีมบริเวณแผลโดยไม่จำเป็นต้องปิดตา
ภายใน 2-3 ขั่วโมงแรก อาจมีเลือดซึมบริเวณแผลเล็กน้อย ให้ผู้ป่วยใช้อุ้งมือกดบริเวณเบ้าตา
อาจมีอาการตาปรือ และตาพร่ามัวเล็กน้อย จึงไม่ควรขับรถกลับบ้านเอง
เปลือกตาช้ำบวมสามารถเกิดขึ้นได้เป็นปกติ โดยอาการจะบวมมากขึ้นเล็กน้อยในช่วง 2-3 วันแรก หลังจากนั้นอาการบวมจะน้อยลงไปเรื่อยๆ อาการบวมดังกล่าวนี้ อาจทำให้ชั้นเปลือกตา หรือลักษณะของเปลือกตาดูยังไม่เป็นปกติซักระยะหนึ่ง ผู้ป่วยจึงไม่ต้องไปกังวล โดยแพทย์จะทำการติดตามผลผู้ป่วยเป็นระยะๆต่อไป
คนไข้สามารถไปทำงานตามปกติได้ทันทีในวันรุ่งขึ้น (ยกเว้นแต่กรณีที่บวมมาก อาจรอให้ยุบบวม)
อาจรู้สึกปวด ไม่ค่อยสบาย โดยแพทย์จะสั่งยาบางชนิดเพื่อลดปัญหาดังกล่าว
คนไข้จะมีอาการบวมช้ำเกิดขึ้นได้ โดยจะเห็นได้ชัดเจนในช่วงอาทิตย์แรกหลังผ่าตัดและจะค่อยบรรเทาลงภายในระยะเวลา 2 อาทิตย์ถึง 1 เดือน
รอยแผลจากการเย็บอาจจะมีสีแดงและบวมนูนในช่วงแรก และจะเริ่มเรียบเนียนกลมกลืนไปกับผิวรอบข้างเมื่อบาดแผลเริ่มประสานกันดีแล้ว
อาการอื่นที่อาจจะพบร่วมด้วย ได้แก่ อาการตาบวมช้ำและซีด ซึ่งจะค่อยๆหายไปเองภายใน 7 ถึง 10 วันหลังการผ่าตัด ความรุนแรงและระยะเวลาของการเกิดผลข้างเคียงจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับตัวคุณแก้หนังตาตก

Tags :

ฉีดไขมัน สวัสดีคะ หนูชื่ออั้นนะคะ อย่างแรกอยากจะบอกว่าอั้นไม่ใช่ผู้หญิงแท้นะคะ อั้นเป็นสาวประเภทสองคะจุดประสงค์ของการมาเขียนพันทิปในวันนี้เพื่อที่จะเล่าเรื่องประสบการณ์ของอั้นเองไม่ได้หวังอะไรมากมายเลยคะแค่อยากให้เป็นทางเลือกอีก1ทางเลือกให้กับพี่ๆที่สนใจในการทำศัลยกรรมเติมเต็มใบหน้าเเละเพื่อหลีกเลี่ยงในการฉีดสารแปลกปลอมคะ.

ฉีดไขมัน

และวันนี้จะมาเล่าประสบการณ์การฉีดไขมันปรับรูปหน้าที่เรียกว่า ” Fat Grafting ” คือการนำไขมันของตัวเองแล้วเอาไปฉีดบนใบหน้าเพื่อทำให้หน้าอิ่มหรือคืนความอ่อนเยาว์ให้กับใบหน้าและดูเหมือนเด็กน้อย ตั๊ลร๊าก! คะ อิอิ

ก่อนจะเข้าเรื่องต้องฝากเนื้อฝากตัวกับพี่ๆชาวพันทิปด้วยนะคะ 55555  ฉีดไขมัน  ถ้าหนูพิมผิดหรืออะไรไปอย่าด่าว่าหนูเลยนะ ><‘! งั้นเรามาเข้าเรื่องกันดีกว่าคะ ไปคะ!!

นี้คือรูปอั้นเองก่อนที่จะไปฉีดไขมันคะ อยากจะย้ำอีกครั้งว่าอั้นมีปัญหาเรื่องหน้าผากมากที่สุด อิอิ

เริ่ม! คือด้วยการที่เราเป็นสาวประภทสองเราจะมีโครงหน้าที่เป็นผู้ชายอยู่หน่อยๆ5555 มันจะหน้าตอบเวลาถ่ายรูปออกมาบางมุมมันดูไม่สวย พูดง่ายๆคือมันไม่ละมุนนีอะพี่~ เข้าใจหนูปะ 5555

หนูเลยกังวลเรื่องนี้มานานแสนนานและก็มีความคิดอยากฉีดใบหน้าให้ดูมีน้ำมีนวลเเลดูอวบอิ่มเหมือนสาวเกาหลีงี้ เพื่อที่จะแก้ไขจุดบกพร่องนั้นและที่อั้นกังวลมากเป็นพิเศษคือหน้าผากอั้นไม่ค่อยสวยเลยเป็นสาเหตุที่หนูอยากฉีดใบหน้าและเริ่มหาข้อมูล

และเราก็ได้สอบถามคนนู้นคนนี้รุ่นพี่บ้าง รุ่นน้องบ้าง และคนที่เคยมีประสบการณ์ในการฉีดหน้ามาก่อนว่าอันไหนดีอันไหนไม่ดี

**ซึ่งครั้งแรกหนูได้ไปปรึกษากับคุณหมอหลายท่านเกี่ยวกับการฉีดฟิเลอร์แต่ราคาสูง พอเทียบกับราคาฉีดไขมันมันก็ราคาพอๆกันแต่มันเป็นสารแปลกปลอมเพราะเราไม่รู้ว่าถ้าฉีดเข้าไปร่างกายเราจะต่อต้านหรืออะไรไหม

**ส่วนเคยมีที่เพื่อนสาวประเภท2ชวนไปฉีด”อะควาลิฟ” เหมือนกันแต่ตัวอั้นเองก็ยังกลัวและไม่ได้ตัดสินใจก็เลย พักก่อน

**คือตอนนั้นในใจอยากใช้ไขมันตัวเองในการฉีดใบหน้าเพราะมันปลอดภัยที่สุด แต่ตอนนั้นอั้นยังไม่มีกำลังทรัพย์ที่มากพอและยังไม่รู้ว่าที่ไหนดีจริงๆช่วงนั้นก็เลยเก็บเงินรอไปเรื่อยๆคะ

และตอนนั้นได้มีโอกาศรู้จักพี่คนนึงเค้าชื่อว่า” พี่ออย ” รู้จักพี่ออยทางเฟสบุ๊ค พี่ออยเป็นพนักงานของโรงพยาบาลเกาหลีที่มีสาขาอยู่ในไทยคะ และอั้นได้ไปปรึกษาผ่านทางเฟสบุ๊คแล้วก็ได้เข้าไปปรึกษาที่สาขาที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยเลยคะ ไปถึงที่เลย 5555

เพราะอยากคุยอยากรู้อยากถามให้รู้เรื่องเพราะเราเสียเงินทั้งทีเลยอยากให้ออกมาดีและคุ้มคะ อยากจะบอกว่าพี่ออยให้คำปรึกษาได้ดีมากดูแลเราดีตอบทุกอย่างที่เราถามคะ อั้นก็ได้ถามข้อมูลต่างๆ

1 ค่าใช้จ่ายเท่าไหร
(ค่าใช้จ่ายในการทำศัลยกรรมในครั้งนี้ของอั้น ไม่เกิน1แสนบาทคะ สามารถมาเติมครั้งที่2ได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มเติมเลย) **อันนี้เป็นอะไรที่ปริ่มเวอร์~

2 โรงพยาบาลอยู่ตรงไหน

3 สามารถออกเอกสารใบรับรองเกี่ยวกับการศัลยกรรมให้ได้ไหม

4 สามารถพักที่ไหนได้บ้าง เช่น โรงแรม

5 วิธีเดินทางไปที่โรงพยาบาลที่เกาหลี

ท้ายสุดอั้นก็ได้ตกลงทำนัดวันเวลาที่จะติดปีกเหมือนนางแบบ Victoria secret เพื่อบินไปทำหน้าที่เกาหลีคะ สวยๆคะ
วันที่อั้นไปปรึกษาทำนัดกับพี่ออยคือวันที่ 2เดือน เมษายน 2017ฉีดไขมัน

Tags :

รีวิวแก้จมูก กว่าจะสวยคมแบบนี้ ใครจะรู้..ว่าเจ็บมาเยอะ!
คุณอ๋อมแอ๋ม รดามนี สาวเชียงใหม่หน้าคมสวยดูมีเอกลักษณ์คนนี้ เธอรักความสวยความงามมาตั้งแต่เด็กๆ เมื่อโตขึ้นก็ได้เข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ทั้งทำงานและเรียนไปด้วย ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งที่นอกจากที่ได้ให้ครอบครัวแล้ว เธอยังมอบความสุขให้กับตัวเอง ด้วยการดูแลความสวยที่ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กๆ วันนี้เธอยินดีที่จะแชร์ประสบการณ์จริงเรื่องการศัลยกรรม “เสริมจมูก” และ การอัพสวยของเธอให้กับสาวๆ โดยเธอได้เกริ่นไว้ว่า … “ก่อนหน้าที่จะมาแก้จมูก แอ๋มเคยทำปากกระจับที่ SLC มาก่อนนะคะ ส่วนจมูกก็ได้เคยทำมาทั้งหมด 4 ครั้ง ครั้งที่ 1 – 3 แอ๋มทำจากที่อื่นหมดเลย ซึ่งมีครั้งหนึ่งเจ็บใจมากที่สุด ได้จมูกมาแบบที่ไม่เป็นไปอย่างที่ตกลงไว้ จึงอยากนำเรื่องราวมาแชร์กับคนอื่นเหมือนกันค่ะ ว่าในการทำแต่ละครั้ง เราต้องเจอกับอะไรมาบ้าง”

รีวิวแก้จมูก

ทำจมูกครั้งแรก เบี้ยว ไม่กล้าถ่ายรูปหน้าตรง
เธอได้พูดถึงการศัลยกรรมเสริมจมูกในแต่ละครั้งว่า … “ส่วนตัวคิดว่าหน้าตัวเองเหมาะกับทรงจมูกที่มีสันสูงขึ้นมาหน่อยแบบไม่สโลฟ  รีวิวแก้จมูก   ดูเปรี้ยวๆ คมๆ มากกว่า คิดว่าทรงจมูกที่ดูหวานๆ จะไม่ค่อยเป็นตัวเองเท่าไหร่นะคะ แอ๋มได้เคยทำจมูกมาทั้งหมดจะมี 4 ครั้ง ซึ่งครั้งที่ 1 – 3 แอ๋มได้ทำที่คลินิกอื่น ส่วนครั้งที่ 4 ได้ตัดสินใจมาแก้จมูกที่ SLC นี่แหละค่ะ” และ เมื่อพูดถึงการศัลยกรรมเสริมจมูกในครั้งแรก เธอได้เล่าว่า … “เสริมจมูกครั้งแรกแอ๋มก็ยังเด็กอยู่นะคะ จะเรียกว่าตามเพื่อนๆ ไปก็ได้ หลังทำออกมาแล้วยอมรับว่าทรงจมูกดูดีเลย แต่พอยุบแล้ว นานๆไปจมูกเอียง แอ๋มก็จะไม่ถ่ายภาพมุมหน้าตรงเลยนะ เพราะมันชัดมากๆ”

แก้จมูกครั้งที่ 2 ช้ำกาย ช้ำใจที่สุด ทรงจมูกไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้
“พอทำจมูกครั้งแรกมาแล้วเบี้ยว ทีนี้แอ๋มเลยคิดแก้จมูกเป็นครั้งที่ 2 ค่ะ รอบนี้เจ็บใจมากเลยจริงๆ ตกลงกันอีกทรง แต่กลับได้อีกทรง แล้วแอ๋มก็ติดต่อกลับไปที่คลินิคนะคะ แต่ก็ไม่มีใครรับผิดชอบเลย แถมเรายังได้ทรงจมูกที่ไม่ชอบ ซิลิโคนมันสั้นกว่าจมูก และ ดูสโลฟ ตอนนั้นแอ๋มเสียค่าใช้จ่ายไป 20,000.- แต่รู้สึกเสียใจมากกว่าที่คุณหมอไม่รักษาคำพูด หลังทำจมูกยังช้ำเป็นเดือนๆ มีอาการอักเสบอีก ซึ่งคนอื่นอาจจะดูว่ามันก็โอเคแล้ว แต่ตัวแอ๋มเองแอ๋มคิดว่าจมูกทรงนี้มันไม่ใช่ตัวแอ๋มเลย”

แก้จมูกครั้งที่ 3 ดั้งสูง ปลายพุ่ง กลัวซิลิโคนทะลุ
“จากที่แอ๋มได้แก้จมูกครั้งที่ 3 จากคลินิกหนึ่งมา ต้องยอมรับว่าคุณหมอทำได้สวยเลยล่ะค่ะ แต่พอยุบบวมลงเต็มที่แล้ว สันจมูกกลับดูโด่งจนดูหลอก แกนจมูกค่อนข้างใหญ่ไม่สมส่วนกับใบหน้า อย่างเวลาที่เราถ่ายภาพก็จะไม่สามารถถ่ายได้ทุกมุม เวลาแต่งหน้าก็ต้องไลท์ดั้งให้ดูเล็กลงอยู่ตลอด ถ้าไมได้แต่งหน้าดั้งจะดูลอยๆมาจากหัวคิ้วเลยค่ะ อีกอย่างแอ๋มกลัวว่าจมูกจะทะลุด้วยเลยคิดที่จะแก้จมูกอีกครั้ง ซึ่งแอ๋มคิดว่าครั้งนี้ อยากให้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว อยากได้จมูกที่สามารถอยู่กับเราไปได้ตลอด และ เราเป็นทรงที่เราพอใจที่สุด”รีวิวแก้จมูก

Tags :

ศัลยกรรมไอดี สมัยนี้ไม่ว่าใครๆ ก็อยากดูดีทั้งนั้น เป็นสิ่งหนึ่งที่เสริมสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองและยังเพิ่มเสน่ห์ให้กับคนรอบข้างอีกด้วย เราได้แนะนำ 10 อันดับที่ทั้งคนทั่วไป ดารา เน็ตไอดอล หรือบล็อกเกอร์ต่างๆก็เคยไปใช้บริการเพื่อมาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยตัดสินใจใช้บริการคลินิกศัลยกรรมนี้

ศัลยกรรมไอดี

“คลินิกจาเรม” เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับสาวๆที่สนใจเรื่องศัลยกรรมความงาม   ศัลยกรรมไอดี  และไม่มีใครไม่รู้จักคุณหมอหลุยส์ท่านนี้ ที่มีการรับรองคุณสมบัติมากมายและฝีมือที่การันตีของคลินิกจาเรมโดยเฉพาะเรื่องศัลยกรรมเสริมหน้าอกและเสริมจมูกด้วยวิธี “โอเพ่น” คลินิกนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการพริตตี้คุณสมบัติของการเป็นคุณหมอที่ใส่ใจในรายละเอียดในทุกเคส พิถีพิถันในการผ่าตัดเพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด และคุณหมอจะจริงจังมากในขั้นตอนให้คำปรึกษาก่อนผ่าตัด เพื่อให้เข้าใจสิ่งที่คนไข้ต้องการจริงๆ โดยจะอธิบายว่าการผ่าตัดทำแล้วผลจะออกมาได้ในรูปแบบไหน อย่างไร สามารถทำได้ตามที่คนไข้ต้องการได้จริงๆหรือไม่ เน้นความปลอดภัยมาก่อนเป็นอันดับแรกเป็นคลินิกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในเรื่องกำจัดสิวอุดตัน และมีการจัดโปรโมชั่นสุดคุ้มอยู่เรื่อยๆ ทางคลินิกการนำเทคโนโลยีมาตรฐานสากลอย่างเครื่อง Coolsculpting ช่วยละลายไขมันส่วนเกินด้วยความเย็นที่จุดเยือกแข็ง นอกจากนี้ยังมีการศัลยกรรมตาสองชั้น กำจัดขนถาวรด้วยเลเซอร์ ศัลยกรรมจมูก เพิ่มริมฝีากให้ดูอวบอิ่ม และอีกมากมาย คลินิกนี้ได้รับความไว้วางใจจากเหล่าดารา เน็ตไอดอล หรือบล็อกเกอร์อีกหลายคนอย่าง หญิงแย้ คุณเมษา วรรวิไล และ น้องนุ่น สุทธิภาคลินิกที่คนทั่วไป และเหล่าซุปตาร์ เซเลบ ไฮโซ พริตตี้ นางงามหรือแม้กระทั่งผู้กำกับ ก็ไว้วางใจคลินิกความงามต้นๆของประเทศไทยทั้งนั้น เพราะที่มีมาตรฐานคุณภาพระดับสากลโดย “พญ.อัญชลี ชีวาจร” หรือ “หมอนก” แพทย์หญิงที่ใครๆหลายคนให้ความเชื่อถือและไว้วางใจจากประสบการณ์ด้านศัลยกรรมมากกว่า 10 ปี ที่นี่มีทั้งเสริมจมูก เสริมคาง โบท็อกซ์หน้า สำหรับคนที่ต้องการจะไปเสริมสวยควรจองล่วงหน้าก่อนนะคะเพราะที่นี่คิวแน่นเอียดเลยทีเดียว นอกจากนี้ที่นี้เขาก็ยังจัดโปรโมชั่นสุดฮ็อตในเฟสบุ๊คเอาใจเหล่าคนทุกวัยอีกด้วยสำหรับสาวๆที่ต้องการเพิ่มไซต์หน้าอก และการทำขาเล็กแบบดาราเกาหลีที่มีที่เดียวในประเทศไทย ในการเสริมหน้าอกที่นี้เขาให้คุณอัพไซส์ได้ 150% จากขนาดปกติ ด้วยซิลิโคนรุ่นพิเศษของเมนเทอร์ (Mentor) มีที่ดรีมคลินิกที่เดียวในประเทศไทย รวมถึงมีซิลิโคนที่ได้รับมาตรฐานยืนยันจากสหรัฐอเมริกา คุ้มยิ่งกว่าคุ้มในการจะโปรโมชั่นเสริมในการทำหน้าอก ผ่าตัดโดยนพ.ทรงยศ จันทจิตร์ ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางจากรพ.รามาธิบดี และสถาบัน IPSTC ประเทศเกาหลี และได้รับการรับรองจากสมาคมศัลยกรรมนานาชาติ ( ThSAPS, OSAPS, ISAPS ) มีชื่อเสียงฝีมือเป็นที่ยอมรับทั้งชาวไทยและต่างชาติ

AMED คือสถาบันแห่งศาสตร์และศิลป์ของความงาม พร้อมสรรพในการสร้างเสน่ห์และความงามที่พิเศษกว่าให้กับทุกท่านด้วยบริการที่เชื่อมั่นและวางใจได้ ซึ่งปัจจุบันเรื่องการทำศัลยกรรมกลายเป็นแฟชั่นไปแล้ว จึงเป็นเรื่องปกติที่ไม่ต้องปิดบัง โดยศัลยกรรมหลักๆที่คนทำส่วนใหญ่ก็จะเป็นการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนและการเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน การยกกระชับหน้าเป็นวีเชฟสไตล์เกาหลี เป็นต้นโดยเฉพาะการเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนมีการทำกันมากๆ

ที่ AMED ใช้ซิลิโคนหน้าอกที่ได้มาตรฐานผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาทั้งในประเทศไทย (อ.ย.) และประเทศสหรัฐอเมริกา(US FDA) ซึ่งการใช้ซิลิโคนที่ดีจะสามารถลดผลข้างเคียงได้ดีกว่าซิลิโคนที่ไม่มีมาตรฐาน โดยซิลิโคนที่ใช้อยู่นี้คือ Mentor และ Allergan Natrelle และเมื่อประกอบกับเทคนิกการเสริมหน้าอกจากศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงทำให้ไม่มีคำว่าผิดหวังเมื่อมาทำที่นี่ สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศัลยกรรมไอดี

Tags :

ศัลยกรรมจิวเวลรี่ บางคนหายช้า มันมีปัจจัยอะไรบ้างล่ะ??? วันนี้จะมานำเสนอทริคความรู้หนึ่งในปัจจัยทั้งหลายทั้งปวงที่จะทำให้การฟื้นตัวรวดเร็วนั่นเองสำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวที่จะรับการผ่าตัด ย้ำเลยค่ะว่าต้องอ่าน …… ปัจจัยที่ช่วยให้การฟื้นตัวของคนเราไวยิ่งขึ้นคืออะไรล่ะ ….พอจะทราบกันมั้ยคะ ไม่ใช่เฉพาะการผ่าตัดศัลยกรรมเท่านั้นนะคะ

ศัลยกรรมจิวเวลรี่

จะเป็นการฟื้นตัวจากอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บใดๆ ก็เกี่ยวเนื่องไปด้วยค่ะ … นั่นคือ”การไหลเวียนของเลือดค่ะ ” ศัลยกรรมจิวเวลรี่ ยิ่งเลือดสูบฉีดไหลผ่านส่วนที่เราบาดเจ็บมากเท่าไรแผลหรือการฟื้นตัวก็จะเร็วขึ้นตามมาค่ะ อ่าว แล้วเราจะไปบังคับให้เลือดมันสูบฉีดได้อย่างไรล่ะ ง่ายๆไม่ยากค่ะ ที่ง่ายและไม่ยุ่งยากที่สุด คือ”การเดิน” ค่ะ แหะไม่ได้หมายถึงไปหยิบขวดจอรน์นี่วอลค์เกอร์ มาซดนะคะ ดิชั้นหมายถึงการเดินในชีวิตประจำวันนั่นแหละ การเดินนั้นจะช่วยให้เลือดสูบฉีดไหลเวียนในร่างกายเมื่อเลือดไหลผ่านก็จะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอค่ะ เหมือนเวลาหลังผ่าตัดทางพนักงานของจิวเวลรี่ ที่จะคอยพยายามให้ฝืนนั่ง หรือพยายามให้เดินให้มากนั่นเอง ส่วนจุดที่เลือดหมุนเวียนผ่านได้ยากบางจุดก็อาจจะหายช้ากว่าปกติ อย่างจุดถุงใต้ตา เป็นต้น รู้อย่างนี้แล้วก็ พยายามเดินกันนะคะ ทุกคน อย่านอนนาน จะบวมนานค่ะ “แล้วคุณละคะพร้อมให้จิวเวลรี่เปลี่ยนชีวิตคุณแล้วหรือยัง ?”

สังเกตุมั้ยคะว่า ทำไมบางคนอายุปาไปเลข 4นำแล้ว แต่ทำม้าย ทำไม ถึงดูเด็ก หน้าละอ่อน เยาว์วัยได้ ++วันนี้ดิชั้นนำเกร็ดความรู้ เคล็ด(ไม่)ลับที่ต้องงัดออกมาตีแผ่ให้เพื่อนๆได้ทราบกันคะ ใครๆก็อยากดูเด็กกว่าอายุตัวเองทั้งนั้นละค่ะ สมัยนี้อย่าว่าแต่ผู้ ญ เลย….ในเมืองที่ผู้ ชายช่างน้อยนิดอย่างเมืองไทยนี้ เค้าก็อยาก จะดูเด็กกันทั้งนั้นละค่าา (คิดงั้นมะ)

เริ่มต้นกันด้วย “ผลส้ม” หลายคนงงว่าอ่าว เอ้ะแล้วผลส้มมันมาเกี่ยวอะไรกะหน้าเด็ก ???? อย่าเพิ่งงงไปค่ะ เนื้อผิวหนังบริเวณข้างจมูกหรือบริเวณโหนกแก้มนี้ละคะ ที่เราๆ เรียกกันในภาษาบ้านๆว่า “ผลส้ม” เคยสังเกตุเด็กเล็กๆหม้ายคะ ทะม้ายทำไม เด็กแก้มยุ้ย มันถึงน่ารัก น่าเอ็นดู น่าหมั่นเขี้ยวละ ใช่เลยคะ!!++ ก็เพราะไอเจ้าผลส้มตรงนี้ละคะ สำหรับเด็กแล้วผลส้มจะเต่งตึง ทำให้ดูน่าเอ็นดูคะ น่าเข้าไปหอมคะ แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปไอเจ้าผลส้มตรงนี้มานก็ฝ่อ เหี่ยว และย่นในที่สุดตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น . . . . เจ้าผลส้มนี้ ถ้าเรามองจากด้านแนวตัด มองจากด้านหน้าอาจจะสังเกตุเห็นได้ไม่ชัดคะ แต่พอดูหน้าเอียงหรือหน้าด้านข้างแล้วจะสังเกตุเห็นได้ชัดเจนเลย หืม หืม. . แล้วเราจะเอาเจ้าผลส้มนี้กลับมาหรืออยากได้ เพิ่มมากกว่าตอนเด็กๆ นี้จะต้องทำไงอ่ะ ?? คำตอบอยู่ที่นี่แล้ว จากที่ได้กล่าวมาเป็นที่มาให้หลายๆคนจึงนิยมปลูกถ่ายไขมัน(fat grafting)ที่หน้าผากและผลส้มตรงนี้คะ . . . หลายคนอาจจะสงสัยว่าอ่าวแล้วถ้าหน้าเราบานหรือหน้าที่มีลักษณะขนาดค่อนข้างใหญ่อยู่แล้วยิ่งทำมันยิ่งหน้าบานรึป่าวละ?? อันนี้เป็นการเข้าใจผิดอย่างมหันต์เลยคะ. . . . . คิดว่าดิชั้นพูดอะไรที่มันออกจะเป็นนามธรรมเกินไปใช่มั้ยคะ. . .

งั้นขออธิบายเป็นในเชิงทางตรรก ซักนิดหนึงนะคะ เปรียบเทียบวงกลมสองวงที่มีเส้นรอบวงขนาดเท่าๆกัน นึกตามดิชั้นนะคะ วงกลมวงแรกเป็นภาพสองมิติ วงที่สองเป็นวงกลมที่มีขนาดเท่ากันแต่มีมิตินูนแอ่นขึ้นมาเป็นมิติ แล้วคิดว่าวงกลมสองวงนี้วงไหนที่จะแลดูแล้วมีขนาดเล็กกว่ากันคะ ???

ติก…ต๊อก…ติก….ต๊อก!!

ตามที่ทุกคนคิดเลยคะ เจ้าวงกลมสองวงนี้ก็เหมือนกับหน้าตาคนเรานี้แหละคะ จากหน้าที่บานหรือหน้าที่แบนเมื่อไปเติมไขมันจากร่างกายเรา เข้าไปให้มีมิติ ที่หน้าผากและผลส้ม ก็จะได้ผลลัพธ์เป็นความเยาว์วัยที่”มหัศจรรย์”เหมือนการนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลาเลยคะ และที่สำคัญยิ่งเหนือสิ่งอื่นใดคือความปลอดภัยคะ เจ้าไขมันที่เราเอาไปเติมเนี้ย มันมาจากไหนละ?? จริงๆแล้วมันมาจากไขมันส่วนเกินของร่างกายเราบริเวณน่องขา หรือบริเวณท้อง หรือบั้นท้ายคะ ดูดออกมาปั่นด้วยเครื่องเพื่อให้เหลือแต่เจ้าไขมันส่วนดี และนำไปเติมเต็มส่วนที่จำเป็นบนใบหน้าที่เหนื่อยล้าของคนไข้ด้วยการฉีด ไม่มีการผ่าเปิดใดๆทั้งสิ้นคะ จึงยิ่งปลอดภัยและเป็นที่นิยมกันมากในสมัยนี้ ไขมันจากตัวเราเอง ไม่ใช่สารเคมีๆ ใดๆ ปลอดภัยยิ่งกว่า Botox filler หรือแม้แต่กระทั่งยาฉีดสิวอีกคะ

การปลูกถ่ายไขมันถึงจะไม่มีอันตรายใด แต่ต้องระมัดระวังนะคะ การปลูกถ่ายไขมันหรือการฉีดแฟท ร.พ.ที่ได้มาตรฐานและคิดถึงคุณลูกค้าจริงๆ และจะต้องให้ลูกค้าฉีดแฟทสองรอบนะคะ เนื่องจากว่าการปลูกถ่ายแฟทรอบแรก อัตราการปลูกถ่ายจะต่ำกว่า 40% การฉีดครั้งที่สองเป็นการย้ำให้เจ้าไขมันของติดทนนาน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลคะ ส่วนใหญ่ผู้ที่ฉีดรอบที่สองแฟทจะติดทนนานถึง 3-5 ปีเลยทีเดียว . . . . แต่การฉีดรอบเดียวจะอยู่ได้เพียงราวๆปีเดียวเท่านั้น จึงเป็นที่มาของการปลูกถ่ายแฟทสองรอบ อีกหนึ่งเคล็ดลับที่จิวเวลรี่ใช้ก็คือ การทำ PRP(การนำGrowth factorฉีดเข้าใบหน้าเพื่อให้ใบหน้ากระจ่างใส)ไปด้วย จะได้อัตราการปลูกติดที่สูงกว่าคะ ส่วนการดูดไขมันจะดูดแค่ครั้งแรกครั้งเดียวและนำเข้าไปเก็บในตู้แช่ รักษาเจ้าไขมันของเราไว้คะ หลังจากนั้น5-7 เดือนให้หลังจึงมาปลูกถ่ายรอบสองนั่งเองศัลยกรรมจิวเวลรี่

Tags :

โรงพยาบาลแกรนด์เกาหลี ซึ่งเป็นสถานเสริมความงามแห่งแรกในเอเชียที่มีความโดดเด่นทางด้านการศัลยกรรมใบหน้า แบบครบวงจร อาทิเช่น การผ่าตัดปรับโครงหน้า การเหลากราม ลดโหนก และ การทำวีไลน์ (V-Line) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจัดแต่งรูปทรงของขากรรไกร นำโดย ดร.ปาร์ค ซังฮุน ผู้บุกเบิก

โรงพยาบาลแกรนด์เกาหลี

การเปลี่ยนรูปหน้าโดยเน้นการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดกระดูกขากรรไกร โรงพยาบาลแกรนด์เกาหลี ซึ่งขั้นตอนนี้ได้มีการศึกษาและดำเนินการมาเป็นระยะเวลา 5 ปี จนกระทั่งได้รับผลสำเร็จและเป็นที่ยอมรับให้เป็นแนวหน้า ในด้านการทำศัลยกรรมตกแต่งรูปหน้าของเอเชียในปัจจุบัน จากความพร้อมทางด้านทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญที่เปรี่ยมไปด้วยความเชี่ยวชาญและมากไปด้วยประสบการณ์ ได้มีการใช้นวัตกรรมที่ทันสมัย ควบคู่ไปกับการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง ซึ่งการันตีด้วยผลงานวิจัยมากมายที่นำเสนอออกมาอย่างต่อเนื่อง อีก 10 ปีต่อมา ได้มีการก่อตั้งศูนย์วิจัยและศึกษารูปทรงของกระดูกบนใบหน้า จนได้รับรางวัลจากหนังสือพิมพ์ Hankyuang สาขาศัลยกรรมพลาสติก โดยได้มีการจดสิทธิบัตรวิธีการผ่าศัลยกรรมตกแต่งรูปทรงขากรรไกรในเกาหลี และถูกรับเลือกให้เป็นองค์กรทางการรักษาผู้ป่วยจากนอกประเทศในปี 2009-2010 อีกด้วย ในด้านความปลอดภัย เนื่องจากโรงพยาบาลได้มีความใส่ใจในความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นอันดับแรก เราจึงมีทีมวิสัญญีแพทย์ของโรง

บาลเพื่อคอยช่วยเหลือผู้เข้ารับบริการของเรา โดยจะมีการใช้ระบบ CT Scan (คือ การตรวจเอ็กซ์เรย์ด้วยคอมพิวเตอร์) แบบครบวงจร เป็นนวัตกรรมที่มีความแม่นยำเพื่อให้ผู้เข้ารับบริการผ่านการสแกนตรวจเช็คความพร้อมของร่างกาย ก่อนรับการผ่าตัด ซึ่งมีความระเอียดและความปลอดภัยอย่างสูง ตลอดระยะเวลาของการผ่าตัด โดยทาง “โรงพยาบาลไอดี” ได้มีการติดตามผลหลังการผ่าตัดอย่างใกล้ชิด และนอกจากนี้ทางโรงพยาบาลของเรายังมีพยาบาลผู้ประสบการณ์สูงคอยดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ภายในห้องผ่าตัดและห้องพักฟื้นของคนไข้ที่ปราศจากเชื้อโรค เพื่อให้ผู้ป่วยฟื้นตัวโดยเร็วโรงพยาบาลแกรนด์เกาหลี

Tags :

อยากหน้าเรียว วิธีทำให้หน้าเรียว คนเราเกิดมาก็ใช่ว่าจะมีรูปหน้าที่เรียวสวยกันทุกคน เพราะเราเลือกเกิดไม่ได้ และเชื่อว่าหลายๆ คนคงอยากมีรูปหน้าที่สวยงามกันทุกคนนะค่ะและคงไม่มีใครอยากมีรูปหน้าที่กลมๆ โดยเฉพาะสาวๆที่รักสวยรักงามฉะนั้นเราควรหาวิธีการทำให้หน้าเรียวเพื่อที่จะได้มีรูปหน้าที่สวยงามและเรามีเคล็ดลับวิธีการไดเอ็ตอย่างไรให้หน้าเรียว,วิธีการทำให้หน้าเรียวและวิธีนวดหน้าให้เรียวมาฝากสาวๆกันด้วยนะค่ะ

อยากหน้าเรียว

สารบัญ
เคล็ดลับวิธีการไดเอ็ตอย่างไรให้หน้าเรียว
วิธีทำให้หน้าเรียว
วิธีนวดหน้าให้เรียว
คลิปสอนวิธีทำหน้าเรียว

เคล็ดลับวิธีการไดเอ็ตอย่างไรให้หน้าเรียว
สาวๆ หลายคนเวลามีน้ำหนักเพิ่มขึ้นหรือลดลง สิ่งที่สังเกตได้ชัดเจนที่สุดก็คือใบหน้าของเรา  อยากหน้าเรียว ก็เลยทำให้สาวๆ มีความกังวลในเรื่องน้ำหนักเพราะถ้ามีใบหน้าที่บวมก็จะทำให้สาวๆขาดความมั่นใจในตนเองแต่ถ้าหากสาวๆ อยากมีรูปหน้าที่เรียวก็ลองนำเคล็ดลับที่จะมาบอกในวันนี้ไปใช้ดูนะค่ะ

การทำหน้าเรียว
วิธีทำให้หน้าเรียว

1.รับประทานผักผลและผลไม้แทนขนมขบเคี้ยว คุณลองเปลี่ยนพฤติกรรมของคุณที่ชอบทานพวกขนมขบเคี้ยว แล้วลองหันมารับประทานผักและผลไม้แทน การรับประทานผักและผลไม้นอกจากจะได้น้ำและความหวานตามธรรมชาติแล้ว ยังได้เซลลูโลสซึ่งทำให้อยู่ท้องไปจนมื้ออาหารได้ ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยคุณในการลดแป้งในอาหารมื้อนั้นได้อย่างง่ายด้วย และคุณเลิกกังกลไปได้เลยนะค่ะว่าจะได้น้ำตาลจากผักและผลไม้ที่เรารับประทาน เพราะในขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ ที่เรารับประทานนั้นมีน้ำตาลมากกว่า และขนมขบเคี้ยวยังมีแคลอรี่มากกว่าอีกด้วย และที่สำคัญไม่เคยได้ยินว่ามีใครอ้วนเพราะการรับประทานผักผลไม้เลย
2. งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ควรที่จะงดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ทุกประเภท เช่น เบียร์ เหล้า บรั่นดี ไวน์ และอื่นๆ อีกมากมาย เพราะที่เรารู้ๆ กันดีก็คือแอลกอฮอล์เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการบวมน้ำได้ และอีกอย่างก็คือแอลกอฮอล์มีปริมาณแคลอรี่ที่สุงกว่าเครื่องดื่มทั่วๆ ไปอีกด้วย รู้อย่างนี้แล้วก็ควรงดนะค่ะ เพราะมันไม่ดีต่อสุขภาพ
3. ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร หากคุณเป็นคนที่ดื่มน้ำน้อย เปลี่ยนใหม่เถอะค่ะหันมาจิบน้ำทีละนิดๆ บ่อยๆ อย่างน้อยก็ให้ได้ 2 ลิตรต่อวัน เพราะถ้าหากร่างกายของคนเราที่ได้รับน้ำในปริมาณที่ไม่เพียง ร่างกายก็จะพยายามกักเก็บน้ำเอาไว้ภายในร่างกายให้ได้มากที่สุด และผลที่ตามมาก็คือการบวมน้ำที่เท้า มือ และที่ใบหน้านั่นเอง แต่ถ้าหากดื่มน้ำในปริมาณที่พอดีกับความต้องการของร่างกาย ร่างกายของเราก็จะทำงานได้อย่างปกติ มีการกักเก็บและการระบายน้ำออกมาได้อย่างสมดุล และก็ไม่ต้องกลัวว่าหน้าจะบวม ด้วยอาการบวมน้ำนะค่ะ
4. ออกกำลังกาย หากเราจะลดน้ำหนักใช้วิธีการควบคุมอาหารอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะถึงยังไงน้ำหนักจะลดลงมากแค่ไหนแต่ก็จะทำให้ผิวหนังของคุณนั้นเหี่ยว ไม่กระชับเต่งตึง และไม่สดใส เพราะฉะนั้นเราควรออกกำลังควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารด้วย ก็จะทำให้เรามีน้ำหนักที่พอดีและร่างกายที่ฟิตเฟิร์มและสดใส
5. ลดอาหารที่มีรสเค็ม เพราะการที่เรารับประทานอาหารที่มีรสเค็มมากเท่าไหร่นั้น ก็ยิ่งจะทำให้เกิดอาการบวมน้ำได้มากเท่านั้น เนื่องจากร่างกายของคนเรานั้นต้องเก็บกักน้ำเอาไว้ เพื่อที่จะขับโซเดียมที่ได้จากความเค็ม เพราะฉะนั้นเราควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มจัด เช่น อาหารกระป๋องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของหมักดอง แฮมและไส้กรอก และมันฝรั่งทอดกรอบ การลดรับประทานอาหารประเภทที่กล่าวมานี้นอกจากจะช่วยในการช่วยลดสาเหตุของการบวมน้ำแล้ว ยังช่วยให้คุณนั้นห่างไกลจากโรคความดันโลหิตสูงได้ด้วยนะค่ะ
6. เสริมแคลเซียมให้ร่างกายมากกว่าที่เคย ร่างกายของคนเรานั้นในหนึ่งวันต้องแคลเซียมไม่ต่ำกว่า 1,000 มิลลิกรัม เพื่อเข้าไปช่วยในกระบวนการทำงานในระบบต่างๆ ของร่างกายและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่จะได้ปริมาณแคลเซียมตามที่ร่างกายต้องการนั้นจะต้องดื่มนม 3 แก้ว หรือโยเกิร์ต 800 กรัม หรือจากการรับประทานปลาก็ได้และปลากระป๋องเองก็ให้แคลเซียมได้ดีเหมือนกัน
7. ลดปริมาณพลังงานลงวันละ 500 แคลอรี่ การที่เราจะลดน้ำหนักทุกๆ 0.5 กิโลกรัม คุณจะต้องกำจัดพลังงานให้ได้ถึง 3,500 แคลอรี่เลยทีเดียว ฉะนั้นให้ลองเริ่มจากการทำให้ได้วันละ 500 แคลอรี่ ก่อนก็ได้ ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญพลังงานไป 250 แคลอรี่ และจากการเดินเร็วประมาณ 30 นาที หรือการออกกำลังกายหนัก 20-25 นาที และกำจัดอีก 250 แคลอรี่จากมื้ออาหารของคุณ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานของหวานหลังจากมื้ออาหารของคุณ เช่น เปลี่ยนจากการทานเค้กมาเป็นผลไม้อบแห้งแทน เปลียนจากการทานไอศกรีมมาเป็นโยเกิร์ตแช่แข็ง ลองทำกันดูนะค่ะ
8. บริหารกล้ามเนื้อที่หน้า
– ฉีกยิ้มกว้าง ๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อตึงตัว แล้วจากนั้นให้พูดคำว่า เอ อู ยาว ๆ
– ต่อไปทำปากจู๋เหมือนอมบ๊วยค้างไว้แล้วนับ 1-5 ในใจ
– อมลมที่แก้มทีละข้างให้ป่อง ให้ทำสลับกันซ้ายขวา
– และสุดท้ายให้ฉีกยิ้มทีละข้างซ้ายและขวา พยายามยกมุมปากขึ้นให้มากเท่าที่คุณจะได้อยากหน้าเรียว

Tags :

เลเซอร์หน้าใส เมื่อเดือนที่แล้วแอริกะได้มีโอกาสไปทดลองคอร์ส Advance Brightening Laser Hydro Plus เป็นคอร์สดูแลผิวหน้า ให้ผิวหน้าสวยใส ลดเลือนจุดด่างดำ ฝ้า กระ และความหมองคล้ำบนใบหน้าด้วยเลเซอร์กับทาง ธนพรคลินิกมาค่ะ จริงๆต้องบอกว่านี่ไม่ใช่การทำเลเซอร์หน้าใสครั้งแรกของแอริกะนะคะ เพราะ หน้านี้ผ่านมาเยอะแล้วค่ะ ยิงเลเซอร์มาแล้วสารพัดจะยิงคร่าา ฮ่าๆๆ แต่คราวนี้จะดีกว่าแตกต่างกว่าตรงไหน เดี๋ยวแอริกะจะเล่าให้ฟังค่ะ

เลเซอร์หน้าใส

ครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกค่ะ ที่แอริกะได้มารักษาที่ธนพร คลินิกค่ะ  เลเซอร์หน้าใส บรรยากาศคลินิกดูสะอาดตาดีค่ะ แถมมีหลายสาขาให้เลือกไปด้วยสะดวกดีค่ะ ในภาพแอริกะมาที่สาขาลาดพร้าวนะคะ ลงรถไฟใต้ดินแล้วเดินไปอีกนิดหน่อยก็ถึงแล้วค่ะสะดวกมากๆ ขากลับทำหน้าเสร็จจะแอบไปแวะช้อปปิ้งกันที่ยูเนี่ยนมอล ด้วยก็ไม่ว่ากัน 55555

ก่อนจะลงมือทำเลเซอร์ผิวใสกันนั้น แอริกะก็ได้มาขอคำปรึกษาเกี่ยวกับสภาพผิวหน้าของแอริกะกับคุณหมอ จอย ก่อนเลยค่ะ คุณหมอบอกว่าโดยรวมของแอริกะไม่ได้มีรอยดำรอยแดงเยอะ แต่จะมีฝ้า กระตรงใต้ตาอยู่เล็กน้อยซึ่ง

คอร์ส Advance Brightening Laser Hydro Plus ที่แอริกะจะมาทำในวันนี้คือ การใช้เลเซอร์ที่มีชื่อว่า Q-swichedNd YAG laser ยิงสลายเม็ดสี ด้วยเทคนิค MELANOLYTIC TECHINQUE ที่ความถี่ 1064 mm ค่ะ

คุณหมออธิบายว่า เลเซอร์จะทำให้เม็ดสีเมลานินใต้ผิวแตกตัว แล้วก็จางลง ทำให้หน้าดูใสขึ้นค่ะ

แถมผลพลอยได้ที่ได้จากการทำเลซอร์ตัวนี้คือเรื่องของขนเล็กๆบนใบหน้าก็จะหลุดออกมาด้วย เพราะขนก็มีเม็ดสีเหมือนกัน เมื่อโดนเลเซอร์ขนจะกลายเป็นสีขาวแลค่อยๆหลุดออกไปค่ะ

คุณหมอจอยอธิบายต่ออีกว่า จริงๆชนิดของตัวเลเซอร์แต่ละที่ อาจจะไม่ต่างกันต่างกันมาก ต่างกันก็แค่ชื่อที่แต่ละคลินิกเอามาตั้ง ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆก็เหมือนพวกกลุ่มยาแก้ปวด ก็จะมีชื่อเรียกต่างๆกันไปเช่น พารา ซาร่า ไทลินอล เป็นต้น แต่จริงๆก็คือเหมือนกันหมด แต่จะแตกต่างกันที่ขั้นตอนการยิง แล้วที่ธนพร คลินิก ดีกว่าที่อื่นยังไง??? สำหรับคอร์สนี้ ที่คุณหมอจอย จะยิงให้แอริกะในวันนี้จะเป็นการยิง แบบ 3 ขั้นตอน

1) กระตุ้นคอลลาเจน ให้ผิวแข็งแรง

2)กระชับรูขุมขน

3)กำจัดเม็ดสี

คลินิกอื่นๆบางที่อาจจะจำกัดช็อตยิงบ้าง บางทียิงเสร็จแล้วจอาจจะแยกย้ายกันไปเฉยๆ แต่ที่พิเศษก็คือที่ ธนพร คลินิกจะมีการทำทรีตเม้นท์ ตามให้อีกสเต็ปนึงด้วยค่ะ

หมอจอยบอกว่าบางคนหลังจากทำเลเซอร์ไปจะรู้สึกแสบๆผิว บางคนผิวระคายเคืองง่าย ร้อนๆหน้า ยุบยิบบนหน้า กลับไปบ้านก็จะรู้สึกว่า เห้ยยทำไมไปเลเซอร์แล้วรู้สึกไม่สบายเลย ทั้งที่จริงแล้วการมาทำทรีทเมนต์ครวจะรู้สึก แฮปปี้รู้สึกสบายๆกลับไปหรือพร้อมที่จะไปทำนั่นนี่ต่อได้ซะมากกว่า

ที่นี่เลยมีการเสริมการ ทำทรีตเมนท์เพิ่มเข้ามาเป็นขั้นตอนสุดท้ายให้อีกด้วยค่ะ เราก็จะรู้สึกสบาย ไม่ทรมานหน้าค่ะ แต่ของที่ธนพร เรียกได้ว่าเป็นเหมือนกับ Lunch time laser ค่ะ คือ แอบหลบมาคลินิกตอนพักเที่ยงแพร้พนึงและกลับไป นั่งทำงานต่อก็ไม่มีคนรู้ค่ะ ^^เลเซอร์หน้าใส

Tags :

ลบรอยสัก แม้ว่าการสักลายสวยๆ จะได้รับความนิยมมาทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นการสักแบบขาว-ดำ หรือสักแบบสี บางคนสักเพราะความชอบจึงสักเพื่อความสวยงาม แต่บางคนกลับชอบให้มีรอยสักตามตัวเพราะความเชื่อเรื่องหนังเหนียวหรือฟันแทงไม่เข้า สาวรักสาวหลง อยู่ยงคงกระพัน ฯลฯ

ลบรอยสัก

ปัจจุบันการมีรอยสักอาจจะมีข้อเสียแฝงอยู่ด้วย โดยเฉพาะตามบริษัทใหญ่ๆ ที่มักจะเข้มงวดในเรื่องนี้  ลบรอยสัก ทำให้เด็กรุ่นใหม่ที่มีรอยสักหลายๆ คน เข้าทำงานไม่ได้ บางคนมีรอยสักมากเกินไป ทำให้พ่อแม่ของแฟนอาจไม่ชอบจนถึงขนาดบอกให้เลิกคบกันไปเลยก็มี นั่นอาจเป็นเพราะค่านิยมแบบเดิมๆ ของคนรุ่นเก่า หรือแม้แต่บางคนที่ไปสักลายสวยๆ แต่กลับเจอช่างที่สักลายออกมาแล้วมีความผิดพลาด เลยทำให้อยากจะหาลายใหม่ๆ มาสักทับ แต่ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็ตามเรามาดูวิธีลบรอยสักที่ได้รับความนิยมกันดีกว่า

วิธีลบรอยสัก
ลบรอยสักด้วยยางเม็ดมะม่วงหิมพานต์
การใช้ยางของเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นวิธียอดนิยมมากในสมัยก่อน เพียงแค่นำยางของเม็ดมะม่วงฯ มาทาที่บริเวณรอยสัก ซึ่งยางของเม็ดมะม่วงจะทำให้ผิวหนังหลุดลอกออกมา เพราะยางของเม็ดมะม่วงฯ จะทำให้รอยสักเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนจนทำให้ผิวหนังค่อยๆ ร่อนหลุดมาได้ แต่อย่าลืมว่าจะต้องล้างแผลทุกวัน

ลบรอยสักด้วยปูนแดง
อีกหนึ่งวิธีของความแสบจี๊ดๆ ที่ทั้งใช้ปูนแดงล้วนๆ หรือจะนำปูนแดงมาผสมกับน้ำสบู่ หรือ น้ำมะนาว ตามแต่ว่าจะเลือก แสบแบบไหน บางคนต้องการให้รอยสักหายเร็วๆ จึงใช้วิธีเปิดแผลด้วยการใช้เข็มจิ้มที่รอยสัก แล้วจึงใช้น้ำจากปูนแดงที่เตรียมไว้ค่อยๆ ทาพอกเข้าไป บางคนใช้ด่างทับทิม ซึ่งตัวนี้จะมีความเป็นกรดสูงมาก หากไม่รู้ขั้นตอนที่ถูกต้อง อาจทำให้กลายเป็นรอยแผลเป็นจากการไหม้ได้

ลบรอยสักด้วยด่างทับทิม
วิธีนี้จะเหมือนกับปูนแดง โดยใช้เข็มจิ้มเพื่อเปิดแผลที่รอยสักก่อน แล้วใช้น้ำด่างทับทิมทาพอก

ลบรอยสักด้วยเตารีด
วิธีนี้จะต้องใช้ความอดทนสูงมาก เนื่องจากจะเป็นการนำเตารีดที่ใช้รีดผ้าขณะร้อนๆ มาแตะที่ผิวหนังบริเวณที่มีรอบสัก เพื่อให้ผิวหนังเป็นตุ่มพอง เมื่อเวลาผ่านไปผิวหนังบริเวณนั้นจะค่อยๆลอกออกมาเป็นแผ่น หลังจากนี้ต้องดูแลแผลให้ดีเพื่อไม่ให้รอยกลายเป็นแผลเป็น

ลบรอยสักด้วยหญ้ากระดูกอึ่ง
เป็นการนำยางของหญ้ากระดูกอึ่งมาใช้ในการลบรอย โดยกรีดยางหรือบีบให้ยางสีขาวไหลออกมา จากนั้นจึงนำยางมาทาที่รอยสัก ใช้เข็มสักมาสักที่บริเวณนั้นซ้ำ เพื่อให้ยางซึมเข้าสู่ชั้นผิวหนังภายใน แล้วพักไว้ประมาณหนึ่งวัน รอยสักจะจางลงลบรอยสัก

Tags :

รักษาแผลเป็น ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาแผลเป็นให้หายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ตัวอย่างวิธีรักษาแผลเป็น ได้แก่ การใช้ยาทาแก้แผลเป็น การใช้แผ่นเจลซิลิโคน การใช้ยาสเตียรอยด์ กรฉีดฟิลเลอร์ เลเซอร์ และการผ่าตัด เป็นต้น จากการศึกษาพบว่า การรักษาแผลเป็นเพื่อให้ดีขึ้นนั้น ควรใช้หลายๆ วิธีร่วมกัน เช่น ใช้การทำเลเซอร์ การผ่าตัด ร่วมกับการใช้ยาสเตียรอยด์ หรือแผ่นเจลซิลิโคน เป็นต้น สำหรับการใช้ยาทาแก้รอยแผลเป็นเพียงอย่างเดียว ไม่มีรายงานการศึกษาทางการแพทย์ว่าได้ผล แต่อาจช่วยให้แผลเป็นมีสีจางลงได้

รักษาแผลเป็น

เมื่อเป็นแผล ไม่ว่าจะเป็นแผลผ่าตัดแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลเปิดบนผิวหนังจากอุบัติเหตุ สิว รักษาแผลเป็น หรือรับการปลูกฝี เมื่อแผลหาย เรามักจะเห็นผิวหนังบริเวณนั้นเปลี่ยนไปจากเดิม โดยจะมีคอลลาเจนเข้ามาทดแทนเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายไป เกิดแผลเป็นขึ้น เราจะสามารถจัดการกับแผลเป็นเหล่านี้ได้หรือไม่

แผลเป็นมีลักษณะอย่างไร?

แผลเป็นมีได้หลายลักษณะ กล่าวคือ

• แผลเป็นที่แบนราบแต่มีสีที่อ่อนกว่าหรือเข้มกว่าสีผิวปกติที่อยู่รอบๆ

• แผลเป็นที่มีการดึงรั้งของผิวหนัง ทำให้ผิวมีความบิดเบี้ยวตามแรงดึงรั้งของแผลเป็น เกิดเป็นพังผืด

• แผลเป็นที่มีความนูนหนา มีขอบเขตชัดเจนอยู่บนตัวแผล ไม่ขยายขอบออกจากแผล แผลอาจมีขนาดเล็กลงได้เอง

• แผลเป็นชนิดคีลอยด์ มีความนูนหนาที่ลุกลามอออกนอกตัวแผล มีลักษณะนูนแข็งเห็นชัดเจนจากผิวหนังปกติ และลามไปยังผิวหนังบริเวณข้างเคียง ตัวแผลมักนูนเหนือผิวหนังปกติตั้งแต่ 4 มิลลิเมตรขึ้นไป แผลเป็นจะไม่ยุบหายไปเอง มักพบแผลเป็นคีลอยด์ บริเวณต้นแขน หู หัวไหล่ ผิวบริเวณหน้าอก

จะรักษาแผลเป็นได้อย่างไร?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สามารถทำให้แผลเป็นดีขึ้นได้บ้าง การรักษามักจะใช้หลายๆ วิธีร่วมกัน ได้แก่

• การใช้ยาทาแก้แผลเป็น เป็นวิธีที่ใช้กันมากในปัจจุบัน เช่น ยาทากลุ่มสเตียรอยด์ ยาทาที่เป็นซิลิโคนเจล ยาทาที่ผสมมิวโคโพลีแซคคาไรด์ เป็นต้น การทายาจะช่วยให้แผลมีสีจางลงหรือบางลงได้ แต่ต้องใช้เวลานาน

• การใช้แผ่นเจลซิลิโคนปิดบนแผนเป็น แผ่นเจลซิลิโคน สามารถยืดหยุ่นตามการเคลื่อนไหวของผิวหนังได้ดี ช่วยลดการขยายตัวของแผล ลดการสูญเสียน้ำออกจากบริเวณรอยแผล มักใช้กับแผลเป็นที่เป็นใหม่ๆ โดยปิดทับแผลมากกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน อาจใช้ระยะเวลานาน 4-6 เดือน ไม่ควรใช้ในขณะเป็นแผลเปิด

• การฉีดยาสเตียรอยด์ วิธีนี้ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ เนื่องจากต้องฉีดยาเข้าใต้แผลเป็น เพื่อให้แผลเป็นยุบตัวลง โดยจะต้องฉีดยาหลายครั้ง ครั้งละประมาณ 0.5-1 ซีซี ห่างกันประมาณ 1 เดือน จะทำให้แผลเป็นแบนราบ ซึ่งใช้เวลาไม่เท่ากันขึ้นกับขนาดแผลเป็น หากมีแผลเป็นขนาดใหญ่จะใช้เวลานานรักษาแผลเป็น

Tags :