รีวิวเสริมจมูก สวัสดีค่ะ
วันนี้จะมาแชร์ประสบกาณ์ การทำจมูกของฉันให้เพื่อนๆฟังนะคะ เรามาเริ่มกันเลยค่ะ เดิมก็เป็นคนที่ จมูกค่อนข้างใหญ่ ปีกหนา ดั่งแหมบ 55555 และมีคนทักเรื่องจมูกเยอะมาก มีแต่คนบอกให้ทำๆๆๆๆๆ ส่งเสริมกันสุดฤทธิ์ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร ณ ตอนนั้นกลัวอย่างเดียวกลัวเจ็บ

นี่คือรูปก่อนทำนะคะ

รีวิวเสริมจมูก

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปแล้วแต่บุคคล รีวิวเสริมจมูก

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปแล้วแต่บุคคล
และจุดที่ไม่ทันตั้งตัวว่าจะได้มาทำจมูกคือ พี่สาวส่งเสริมให้เราทำแบบจริงจังไม่ได้แค่พูดเปรยๆ แต่คือเป็นสปอนเซอร์ให้เลย และให้เราหาสถานที่ทำจมูกเองเลย ซึ่งตอนแรกเราคิดว่าพี่สาวพูดเล่น เราเลยเลือกหาข้อมูลหลายๆแห่ง หลายๆแบบ และลองเสนอคลีนิคที่มีชื่อเสียงอย่างคลีนิคของคุณหมอนพรัตน์ รัตนวราห Nopparat Cosmetic Clinic คิดว่าพี่สาวคงจะเปลี่ยนใจ ยืดเวลาให้เราทำใจอีกหน่อย (แหะๆ ลึกๆเราก็ยังกลัวเจ็บอยู่ดี) แต่ปรากฎว่า พี่สาวตกลง และให้เข้าไปนัดพบคุณหมอและนัดคิวผ่าเลยจ้า
2 อาทิตย์ก่อนตัดสินใจทำ

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปแล้วแต่บุคคล
มีความยิ้มแป้น

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปแล้วแต่บุคคล
นที่เข้ามาปรึกษาคุณหมอ เพื่อที่จะเข้าพบเพื่อดูหน้าสด ที่คลินิกเป็นอะไรที่หรูมากค่ะ ทุกอย่างเพียบพร้อม ห้องตรวจ ห้องคนไข้ ห้องผ่าตัด การบริการของพนักงาน การเอาใจใส่ต่างๆ นานาโดยเฉพาะของเว็บไซด์ใน facebook ตอบคำถามดีมากเลย และเมื่อถึงคิวเข้าพบ คุณหมอได้แจ้งว่า จมูกเราต้องตัดปีก เสริมฐานด้วยกระดูกหลังหู ถึงจะสวย และก็ค่อนข้างยากนิดนึง เพราะจมูกสั้น รูจมูกไม่เท่ากัน แล้วก็ถามเราว่าอยากได้ทรงแบบไหน เราก็เอารูปให้คุณหมอดูเลยค่ะ ด้วยความมั่นใจ

คิมแตฮี 55555

วันที่ทำจมูกเตรียมตัวขึ้นเขียง

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปแล้วแต่บุคคล
วันนี้ตื่นเต้นมาก กลัวด้วย เพิ่งเคยขึ้นเตียงผ่าตัดครั้งแรก ไปถึงก็กรอกประวัติ ไปถ่ายรูปก่อนทำหลายรูปมาก จากนั้นก็เปลี่ยนเสื้อผ้าค่ะ ทางผู้ช่วยแพทย์ก็พาไปห้องผ่าตัด เพื่อเริ่มทำจมูก พอเจอคุณหมอก็ทักทายคุณหมอก่อนเลย คุณหมอใจดีมากค่ะ ก่อนขึ้นเตียง ตอนนี้แอบกลัวแบบสั่นๆ ค่ะ เพราะเค้าต้องฉีดยาชาบริเวณจมูกให้เราเลยกลัวมากๆๆๆๆๆๆๆ………….จนเสร็จ

ประทับใจคลินิกนี้เพราะเขาดูแลเราดีมากๆ เลย หาทั้งน้ำหวานๆ มาให้ดื่มอีก พร้อมทั้งอธิบายการดูแลตัวเองหลังการทำจมูกและให้ยาไปทานที่บ้านรีวิวเสริมจมูก

Tags :

แต่งปลายจมูก กราบสวัสดีพ่อแม่พี่น้องทุกท่านนน แฮร่ ไม่ใช่มัคนายก เราชื่อหมวยนะคะ ขออภัยที่ติดตลกไปนิส 555 วันนี้เราก็จะมารีวิวจมูกสวยๆของเราเอง หลังจากที่ไม่มีดั้งมานานหลายสิบปีแต่ตอนนี้มีแล้วค่ะ สวยด้วยก็เลยอยากจะมารีวิวให้เพื่อนๆได้ชมกานนนน งุงิ

แต่งปลายจมูก

ก่อนทำ

ก่อนทำก็จะไม่ค่อยมีดั้งประมาณนี้แหละค่ะ แต่งปลายจมูก คงไม่แปลกใช่มั้ยล่ะคะว่าทำไมเราถึงไปเสริมให้มันโด่งเพิ่มขึ้นมา อีกอย่างก็เริ่มโตเป็นสวยแล้วก็ต้องมีการพัฒนาความสวยกันบ้าง เพราะใครๆก็บอกว่าเป็นผู้หญิงตองอย่าหยุดสวย ตอนนี้สาวสองสวยกว่าเราเยอะเลยค่ะ ยอมในความสวยเลยจริงๆ5555 แต่ก็ไม่ได้อยากสวยอะไรมากมายหรอกนะคะ แค่อยากทำให้ตัวเองดูดีขึ้นมาบ้างเท่านั้นเอง รู้สึกว่าวนเวียนเรื่องสวยไม่สวยมาหลายรอบละมาเข้าเรื่องต่อไปกันดีกว่าเนอะ(ใต้ความเขียนไม่เป็นมันก็จะวนเวียนหน่อยๆ555)
ก็ เราเลือกทำรพ.เลอลักษณ์ค่ะ จองคิวไว้เรียบร้อยแล้ว เลือกเพราะว่า ดี พูดได้คำเดียวเลย เพื่อนๆก็แนะนำมาด้วย แล้วก็ดูรีวิวมาด้วย ชอบหนักไปอีก อยากทำหนักไปอีก เลยทำตามเสียงหัวใจเรียกร้อง 5555 พอถึงวันทำก็เข้าไปทำปกติแหละค่ะ เรียกทรง ไอดดอลโน๊ต ทำกับคุณหมออัครรัช ขอบอกอีกว่าหมอมือเบา ใจดี ทำออกมาบวมน้อยมาก พูดเลยยย มาดูหลังทำทันทีกัน.

หลังทำทันทีจมูกมันก็จะโด่งหน่อยๆ แล้วก็จะมึนยาชานิดๆด้วย นี่ก็กลับไปดูแลตัวเองที่บ้านค่ะ หมอบอกว่าให้นอนหมอนสูงๆ งดอาหารแสลงทุกชนิด ทานยาตามที่สั่ง แล้วก็คอยประคบเย็นด้วย

หลังทำ 3 วัน จมูกโด่งสวยมาก พูดเลยว่าสวยตั้งแต่วันแรกจริงๆค่ะ หมอเก่งมากก

หลังทำ 7 วัน

เริ่มแต่งหน้าเป็นผู้เป็นคนได้แล้วค่ะ หลังจากงดแต่งหน้ามานานถึง 7 วัน พอครบกำหนดก็เริ่มแต่งได้เลยค่ะ 555 แต่งปลายจมูก

Tags :

ทรงหยดน้ำบ้านเราตอนนี้หากด้อมๆ มองๆ ตามสถานเสริมความงามทั้งเล็กใหญ่ ดูเหมือนการศัลยกรรมเสริมหน้าอกจะได้รับความนิยมไม่น้อยเลยค่ะ
นอกจากจะเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สถานที่ รีวิวต่างๆแล้ว ตัว implant หรือก้อนซิลิโคนก็เป็นสิ่งที่สำคัญนะคะ เพราะสิ่งนี้เองที่จะช่วยเสริมบุคลิก ความภาคภูมิใจในภาพลักษณ์ของตัวเราเอง ที่สำคัญจะต้องปลอดภัยด้วยใช่มั้ยล่ะคะ เพราะเราตั้งใจหมายว่าจะต้องอยู่กับเขาไปตลอดชีวิตของเรา

ทรงหยดน้ำ

รูปทรงซิลิโคนในปัจจุบันแบ่งออกง่ายๆ เป็น 2 ชนิดค่ะ ทรงหยดน้ำ
1. ทรงกลม

จะมีทั้งชนิด high profile (ทรงพุ่ง คล้ายปิรามิด) และ Low profile (แบนคล้ายจาน)

implant ชนิดนี้ จะมีขนาดที่หลากหลาย ทั้งความกว้าง และน้ำหนัก ซึ่งจะต้องเลือกให้เหมาะกับคยไข้แต่ละคนค่ะ
หาก ความกว้างของเต้านมเล็ก ฐานของซิลิโคนก็ต้องมีขนาดที่เหมาะสมค่ะ หากลักษณะของเต้านมมีความพุ่งอยู่แล้ว
การใส่ชนิด low profile ก็อาจจะเหมาะสมกว่า…..คราวนี้อย่าเพิ่งยั๊วหมอ เวลาคุณหมอจัดขนาดเล็กไปไม่ถูกใจนะคะ เราคงไม่อยากได้น้องนมสี่เต้าใช่มั้ยล่ะคะ สาวๆ ทั้งนี้ต้องปรึกษาแพทย์ด้วยนะคะ ว่ามีเทคนิกการเลาะขยายฐานเพื่อช่วยให้ใส่ซิลิโคนขนาดใหญ่หรือไม่ และอย่างไร

อีกอย่างที่จะละเลยไปไม่ได้คือผิวของซิลิโคน จะมีทั้งผิวทราย และผิวเรียบ
ซึ่งผิวทรายนี้เป็นวิวัฒนาการของซิลิโคนเสริมเต้านมค่ะ ผิวทรายนี้จะช่วยให้ลดผลข้างเคียงบางชนิดค่ะ อาทิ เต้านมบิด หรือผังผืดรอบเต้านม รวมไปถึงการหย่อนยานในอนาคตด้วยค่ะ ด้วยหลักง่ายๆ คือเนื้อเยื่อในร่างกายเราจะชอนไชเข้าไปในผิวพรุนนี้ (แล้วแต่คุณภาพของบริษัทผู้ผลิต) และยึดเกาะไว้ติดกับเนื้อเยื่อของเราค่ะ

แล้วทำไมชนิดผิวเรียบยังคงมีอยู่???
แพทย์อาจเลือกใช้ในเคสที่ต้องการใส่ขนาดที่ใหญ่มากๆ เพราะแผลที่สอดก็ต้องใหญ่เท่าเดิม คือประมาณ 5 ซม. แต่ตัวซิลิโคนใหญ่ ก็ต้องเลือกชนิดที่บีบได้มากกว่า และลื่นพอ (เมื่อหล่อด้วยสารหล่อลื่นทางการแพทย์ หรือน้ำเกลือ)เพื่อที่จะเข้าไปได้ง่ายขึ้น ชนิดผิวเรียบนี้ ต้องนวดหลังจากการใส่ค่ะ เป็นคำแนะนำจากผู้ผลิตเลยค่ะ

ข้อดีที่แพทย์บางท่านบอกก็คือการสัมผัสค่ะ แบบผิวเรียบจะหยุ่นๆ มือมากกว่า ลองขอคุณหมอเอามาบีบดูสิคะ ลองดูว่าชอบแบบไหน ดูหลายๆแง่นะคะ

ล่าสุด
2. ทรงหยดน้ำ หรือ anatomical shape

หากสาวๆ อยากได้แบบดูเป็นธรรมชาติที่สุด ไม่เป็นสเตปเหมือนใส่ทรงกลม ก็ต้องสู้กับราคานิดนึงค่ะ…อิอิ
เทคโนโลยี ล่าสุดของซิลิโคนเสริมเต้านมค่ะ รวมไปถึงเทคนิกการใส่ที่ควรใส่ใต้รามนมเท่านั้นเพื่อความเที่ยงตรงสวยงาม
ของหน้าอกเรา เนื่องจากไม่ใช่ทรงสมมาตร การใส่ซิลิโคนก็ต้องใช้ความชำนาญของแพทย์ค่ะ การจัดทรงซิลิโคนไม่ให้เบี้ยวนี่สำคัญมากทีเดียว เลือกที่ดีที่สุดนะคะ

ข้อดีของซิลิโคนชนิดนี้ก็คือรูปทรงที่เป็นธรรมชาติ
และในบางแบรนด์ ก็มีการศึกาาเรื่องผิวพรุนภายนอก ที่ลดข้อแทรกซ้อนจากการใส่ที่เป็นสถิติที่น่าสนใจมากเลยค่ะ
แต่อันนี้ต้องลองถามคุณหมอค่ะ นอกจากนี้แล้วยังรับประกันว่าไม่แตกรั่วตลอดชีพด้วยนะคะ
และข้อมูลที่น่าสนใจจากผู้ผลิตอีกข้อก็คือ ไม่ต้องนวด ใช่ค่ะ ไม่ต้องนวด เพราะเนื่องจากทรงซิลิโคนที่ไม่สมมาตร
นวดไปอาจทำให้เบี้ยวได้….ก็ดีนะไม่ต้องเจ็บด้วย ไม่ยุ่งยากด้วย

แล้วแผลล่ะ ทำไง
คนไทยเรานิยมผ่าเข้าทางรักแร้ก็เพราะห่วงสวยเรื่องแผลเป็นนี่แหละค่ะ แต่ที่จริงแล้วผ่าใต้ราวนมจะไม่เป็นแผลเลย
เวลาใส่เสื้อสายเดี่ยวแขนกุดนะคะ ในขณะเดียวกันลักษณะของเต้านมจะคล้อยลงมาอยู่แล้ว ก็จะปิดแผลไปโดยปริยาย
ก็ไม่น่าจะมีปัญหาแม้ใส่ชุดว่ายน้ำ ทูพีซ หรือชุดชั้นใน ว่ามั้ย เว้นแต่จะนอนเปลือย และเปิดไฟ ก็อาจจะสังเกตเห็นได้….เอิ๊กๆๆ

หรือหากเป็นแผลจริงๆ เดี๋ยวนี้ก็มีหนทางให้เลือกค่ะ ทั้งฉีด Steroid ลงบนแผล หรือ Laser Flexel ก็กำลังมาแรงเลยทีเดียว

เอาล่ะค่ะ วันนี้แค่นี้ก่อน เปิดกว้างสำหรับคำถามนะคะ รู้อะไรก็จะเอามาแบ่งกันค่ะทรงหยดน้ำ

Tags :

ทำดั้ง สวัสดีค่ะ จขกท.เป็นมือใหม่พันทิปนะคะ ล็อกอินก็ยังไม่มีเลยเพราะปกติอ่านอย่างเดียว วันนี้ขอยืมล็อคอินพี่ที่รู้จักกันเพราะอยากเล่าประสบการณ์การทำจมูกครั้งแรก เผื่ออาจจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆท่านใดกำลังตัดสินใจอยู่ค่ะ

การตัดสินใจทำจมูกครั้งแรกนี้เกิดขึ้นด้วยความไม่ได้ตั้งใจร้อยเปอร์เซนต์ คือเราเป็นคนที่พอใจกับหนังหน้าตัวเองประมาณ 80% น่ะค่ะ และกลัวการศัลยกรรมเป็นที่สุด เพราะเกรงว่าถ้ามีปัญหาหน้าแหกไปมันคงไม่คุ้มกัน

ทําดั้ง

ส่วนเรื่องการทำจมูก ส่วนตัวก็ไม่ได้ถือว่าดั้งแมบอะไรมากมาย ก็มีในระดับนึง ทำดั้ง แต่ก็อ่ะนะ มันไม่ได้สวยงามเป็นสันเหมือนดารา เวลาถ่ายรูปบางมุมมันก็แบนๆอ่ะ บางครั้งก็รู้สึกรำคาญจมูกตัวเองว่ามันเป็นจุดเดียวที่ทำให้หน้าไม่สวยเลย ถ้ามันโด่งกว่านี้ซักนิดคงดี แต่ก็อ่ะนะ ความกลัวมีมากกว่าความอยากสวย เลยไม่กล้าทำ ได้แต่จดๆจ้องๆมาหลายปี

อยู่มาวันนึง เราก็ได้อ่านรีวิวต่างๆ ทั้งในพันทิปและเวปดั้งโด่ง ยอมรับว่ากิเลสเกิดมากๆ เพราะหลายคนทำแล้วสวยขึ้น หน้าเปลี่ยนเลย เราเริ่มเสริชหาหมอเก่งๆ ข้อมูลต่างๆ รวมทั้งรพ.หรือคลีนิคและราคา

แต่ ด้วยความที่ดิฉันกลัวมากกว่าอยากสวย และกลัวการหาหมอและต้องเจ็บตัวมากๆๆ เลยเงื่อนไขเยอะ 555 อย่างแรกคือ ต้องฉีดยาสลบเท่านั้น หมอที่ฉีดยาชาไม่เอาเด็ดขาดอ่ะค่ะ เพราะเคยอ่านกี่คนๆก็บอกว่าเจ็บปวดรวดร้าวน้ำตาเล็ดกันมาก ดังนั้นเงื่อนไขดิฉันคือ

1. ต้องยาสลบเท่านั้น ยาชาไม่เอา หมอไหนเก่ง ทำสวย ราคาดีแค่ไหน ถ้าฉีดยาชาตัดช้อยส์ทิ้ง
2. ราคา ต้องไม่เกิน 30,000 ยิ่งถูกยิ่งดี แต่ไม่ควรจะต่ำกว่า 10,000 เพราะราคาต่ำมากๆรู้สึกไม่ปลอดภัยกับเกรดของซิลิโคนและฝีมือหมอ (อันนี้ความรู้สึกเฉพาะตัวนะคะ อาจจะไม่ใช่ fact ก้อได้)
3. หมอและคลีนิคหรือรพ.ต้องมีชื่อระดับนึง ไม่กล้าเสี่ยงกับคลีนิคโนเนมใหม่ๆ
4. ถ้าเป็นไปได้ขอเลือกรพ.มากกว่าคลีนิค เพราะรู้สึกปลอดภัยกว่า แต่ก็ไม่สำคัญมาก
5. ใกล้บ้าน เดินทางสะดวก รวมทั้งรอคิวเป็นชาติ นัดล่วงหน้านานๆก็ไม่เอา
555 บอกแล้วเงื่อนไขเยอะโครต

จากที่อ่านรีวิวต่างๆ คุณหมอและรพ.หรือคลีนิคที่พอจะลงตัวก็คือ คุณหมอเกมส์และคุณหมอกิตติศักดิ์ แต่ด้วยความที่เลอลักษณ์ใกล้บ้านมวาก เลยเลือกหมอท่านหลัง (ตัดสินใจอะไรได้ง่ายดีเนอะ ฮ่าๆ)

อยู่มาวันนึงในสัปดาห์ที่แล้ว เราจึงลองโทรสอบถามที่รพ.เลอลักษณ์ น้องโอ (เปอเรเตอร์) ก็แจ้งราคาและแจ้งว่าคุณหมอท่านนี้ราคาซิลิโคนอเมกาคือ 17900 ซิลิโคนเกาหลี สองหมื่นกว่า คุณหมอกิตติศักดิ์จะแพงกว่าคุณหมอท่านอื่นเพราะดังที่สุด

เราก็ถามว่าต้องนัดคิวล่วงหน้าใช่ไหม น้องโอตอบว่าต้องนัดล่วงหน้าค่ะคุณหมอคิวเยอะ อิชั้นก็ถามไปว่าวันนี้เลยไม่ได้ใช่ไหมคะ (ในใจคิดว่าเอาวะถ้าวันนี้ได้ก็ทำๆมันไปเลย ขืนนัดล่วงหน้าอิชั้นปอดแหกเปลี่ยนใจแน่) น้องโอตอบว่าเดี๋ยวเช็คก่อนแล้วโทรกลับนะคะ ซักพักน้องโทรมาบอกว่าพี่เข้ามาตอน 6 โมงเย็นได้เลยค่ะ

ขั้นตอนการทำ
เราไปถึงรพ.ประมาณ 5 โมงครึ่ง รพ.นี้สวยมากๆค่ะ ใครเคยดูเรื่องแรงเงาคงนึกออก เหมือนวังโบราณๆหรือรีสอร์ตสวยๆมากกว่ารพ. ขึ้นไปชั้น 2 จะมีเค้าเตอร์ลงทะเบียน มีสาวๆนั่งรอกันอยู่เต็ม จนท.ก็ให้ยื่นบัตร ซักพักก็มาอธิบายและเอาซิลิโคนให้จับเปรียบเทียบว่าเลือกของอเมริกา (แข็งและถูกกว่า) หรือเกาหลี (นิ่มและแพงกว่า) แน่นอนอิชั้นเลือกของถูก 555

หลังจากนั้นซัก 5 นาที ก็มีจนท.มาเรียกชื่อประมาณ 5 คน พร้อมทั้งนำให้ขึ้นไปจ่ายเงินพร้อมกันที่ชั้นลอย ขึ้นทางบันไดที่มุนินทร์ตบกับนพนภาน่ะค่ะ หุหุ
ไปถึงเค้าเตอร์จ่ายเงิน แคชเชียร์จะเรียกชื่อทีละสองคนไปจ่ายเงินพร้อมกัน (เพื่อ?) เพื่อให้เร็วมั้ง แต่อิชั้นว่ามันเสียความเป็นส่วนตัวนะคะ คนที่เรียกไปพร้อมกันจะทำนมทำปากอะไรรู้กันหมดเลย เพราะรู้ราคา
จ่ายเงินเสร็จก็รอเรียกไปรับยา จะได้ยาแก้อักเสบ (Amoxy) ยาลดบวม พารา และแผ่นประคบเย็น 3M พร้อมใบแนะนำการปฏิบัติตัวหลังเสริมจมูก

หลังจากนั้นก็เคลื่อนตัวไปรอห้องข้างๆ จนท.จะเรียกไปทีละสองสามคน ไปถ่ายรูป หน้าตรง เอียง 45 เอียง 90 คนที่ถ่ายก็นั่งถ่ายไป อีกสองสามคนที่ถูกเรียกมาก็นั่งมองคนถูกถ่ายกันไป มันเขินๆน่ะ ณ จุดนี้ ไม่เข้าใจอีกครั้งว่า เรียกมานั่งรอทำไมกันในห้อง เรียกเข้าห้องทีละคนก็ได้มั้ง เพราะทุกคนก็รอกันอยู่ข้างหน้า

ขั้นตอนตั้งแต่ลงทะเบียน จ่ายเงิน รับยา ถ่ายรูป นี่เร็วค่ะ เรามาถึง ห้าโมงครึ่ง น่าจะไม่ถึงชั่วโมงก็เสร็จ หลังจากนี้สิ นานโคตร
คือตอนแรกที่โทรศัพท์มาและน้องโอบอกว่านัด 6 โมง ในใจอิชั้นคาดได้ว่า หกโมงชั้นได้ลงทะเบียน พบหมอ ตรวจ ซักทุ่มน่าจะเสร็จ อะไรประมาณนั้น ไม่ได้คาดการณ์ว่า เป็นการนัดคร่าวๆและคนจะเยอะขนาดนั้น โดยเฉพาะคนที่มาเสริมจมูกกับคุณหมอท่านนี้ เยอะมากกกก ดังนั้น 6 โมงคงไม่ใช่นัดของคนไข้คนเดียวแต่เป็นล็อตๆแน่เลยเดาเอาทำดั้ง

Tags :

ทรงจมูก ตอนนี้ใครมีแพลนอยากอัพสวยด้วยมือหมอกันบ้าง? เห็นเพื่อนแห่ไปทำสวยกันใหญ่ บางคนทำตาสองชั้น ฉีดฟีลเลอร์ ทำจมูก ไอ้เราเห็นแล้วก็อยากจะสวยบ้างไรบ้างอะโนะ เพราะเราถือคติที่ว่า “ทำบุญได้ชาติหน้า แต่ทำหน้าเราได้ชาตินี้” ในเมื่อมี ทรงจมูก ที่ใช่ ใจพร้อม กายพร้อม เงินพร้อมอีก แล้วจะรออะไร ลุยโลด!
ทรงจมูก

ทรงจมูก

แต่ก่อนจะไปทำ The Passion ก็อยากให้สาว ๆ ทรงจมูก มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจกันนิดนึงก่อนว่า เราอยากทำออกมาเป็น ทรงจมูก แบบไหน หรือแค่ต้องแก้จุกบกพร่องแค่นิดเดียว The Passion เราก็เลยรวบรวมเอาทรงจมูกในฝันของสาว ๆ หรือพูดง่าย ๆ ว่าจมูกต้นแบบที่เราจะเอารูปไปให้คุณหมอดูนั่นล่ะ ให้ดูเป็น Reference สำหรับใครที่มีแพลนอยากอัพจมูกให้ออกมาสวยเป๊ะปังกันก่อน! ทั้งนี้ รูปที่เราหยิบเอามาให้ดู มีทั้งแบบธรรมชาติแม่ให้มา และ แบบสวยเป๊ะปังแบบเนรมิตได้ ด้วยการศัลยกรรมอย่างปลอดภัยด้วยนะจ๊ะ โปรดใช้สติในการเลือกให้ดีล่ะ จะออกมาสวยตามต้นแบบหรือไม่ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างบนใบหน้าด้วย

1. จมูกทรงหยดน้ำ
ทรงนี้จัดว่าฮอตสุด เพราะเป็นการเสริมจมูกให้ยาวขึ้นตรงช่วงปลายจมูกคล้าย ๆ กับหยดน้ำงุ้มลงเล็กน้อย เหมาะกับสาวที่มีรูปทรงจมูกยาวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และปลายจมูกมีเนื้อพอที่จะทำออกมาเป็นหยดน้ำได้ ใครชอบทรงนี้แล้วคุณสมบัติผ่านก็จัดไปเลยจ้ะทรงนี้จะมีลักษณะของช่วงปลายจมูกที่เชิดและสันจมูกค่อนข้างโด่ง คนที่จะทำทรงนี้ได้ต้องมีสันจมูกที่ดีอยู่แล้ว แค่เสริมตรงช่วงปลายจมูกให้เชิดขึ้น ใครที่มีปัญหา ‘จมูกงุ้ม’ หรือ ‘จมูกบาน’ แนะนำว่าทำทรงนี้จะสวยเริ่ดแน่นอน เพราะการทำศัลยกรรมจมูกทรงนี้จะช่วยยกช่วงปลายจมูกขึ้น ทำให้จมูกดูบานน้อยลงด้วยทรงนี้จะคล้าย ๆ กับทรงหยดน้ำเลยค่ะ แต่ต่างกันตรงที่ปลายจะสโลป (Slope) ลง และคนที่ทำ ไม่จำเป็นต้องมีสันจมูกที่ยาวอยู่แล้ว เพราะเป็นการเสริมหยดน้ำเข้าไปตรงช่วงปลายจมูก ลักษณะจมูกของคนที่จะทำทรงนี้ได้ต้องมีเนื้อจมูกที่แน่น ไม่บางเกินไป และเลือกสันจมูกที่ไม่โด่งมากจะได้ทรงออกมาสวยเริ่ดทรงจมูก

Tags :

ศัลยกรรมโหนกแก้ม กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกเลยนะครับ ที่ตั้งใจเข้ามาสมัครสมาชิกเพื่ออยากจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของตัวเอง ที่ได้ไปทำศัลกรรมทั้งในไทย และที่เกาหลีมา แต่กว่าจะมาโพสได้ก็หลายวันเหมือนกันเพราะทางเว็บต้องตรวจสอบก่อน ตอนแรกก็คิดอยู่หลายวันว่าจะลงดีไหม เพราะเคยเห็นหลายๆคนมารีวิว สุดท้ายเลยเอาก็เอาวะ ถือเป็นการแชร์ประสบการณ์ให้กับหลายๆคนที่กำลังคิดจะตัดสินใจทำศัลยกรรม

มาเริ่มกันเลยดีกว่านะครับ อันนี้หน้าตาผมแรกๆเลย บอกได้คำเดียวเลยว่าเป็นคนเหลี่ยมจัดจริงๆ แทบจะเป็นทีวีได้เลย 555555+ ดูไม่ได้เลยก็ว่าได้ จากรูปไปเสริมดั้งมาแล้ว แต่ดูยังไงก็ยังไม่เข้ากับรูปหน้าเลยในตอนนี้ อีกอย่างช่วงนั้นสิวก็เยอะ หน้าก็เป็นฝ้าได้อีก เรียกได้ว่าดูไม่ได้เลยก็ว่าได้

ศัลยกรรมโหนกแก้ม

จากนั้นเห็นเพื่อนไปดัดฟัน แล้วโครงหน้าเปลี่ยนกัน ศัลยกรรมโหนกแก้ม ก็เลยไปปรึกษาหมอ เพื่อจัดฟันบ้าง ช่วงแรกๆหลังจากที่จัดไปแล้ว สังเกตว่าตัวเองหน้าตอบมาก ทำให้ดูแล้วหน้าดูแก่ได้อีก

แต่หลังจากจัดฟันไปได้สักระยะ หน้าเริ่มเรียวยาวขึ้น แต่โหนกแก้มเริ่มเห็นชัดเจน และกรามก็เห็นชัดเจนเหมือนกัน ส่วนแก้มก็ยังตอบเหมือนเดิม ก็ยังทำให้หน้าดูแก่เหมือนเดิม

กลางเดือนกรกฎาคม 2558 ก็มีโอกาสได้ไปเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ ไปถึงเกาหลีใต้วันแรกเที่ยวก่อนเลยครับ เรียกได้ว่าวันนั้นทั้งกิน ทั้งเที่ยวเอาซะเดินขาลากกันไปเลยวันนั้น

คือต้องบอกก่อนว่าตอนนั้นตั้งใจจะไปเที่ยวอย่างเดียว วางแพลนเอาไว้ว่าจะไปเที่ยวแค่ 5-7 วันเท่านั้น ก่อนไปจองตั๋วกลับไว้เรียบร้อยอย่างดิบดี คือกะจะไปเที่ยวอย่างเดียว ไม่คิดว่าจะไปทำศัลยกรรมใดๆ แต่พอดีมีคนที่รู้จักอยู่ที่นั่น ก็พูดเปรยๆ กับแม่เฟียว่าอยากจะทำศัลยกรรม อยากทุบกรามและโหนกแก้ม จะได้ดูดีบ้าง แล้วก็หัวเราะไปด้วย แบบประมาณพูดกึ่งเล่นกึ่งจริง แม่เฟียเลยบอกทำไหมละ เดี๋ยวแม่พาไป เพราะมีโรงพยาบาลที่รู้จัก และคุณหมอก็ฝีมือเก่ง แถมใจดีอีกด้วย ผมก็คิดไปคิดมา จะทำดีไหมวะ ใจหนึ่งก็กลัว แต่อีกใจก็คิดว่าไหนๆก็มาถึงที่นี่ละ เอาสักหน่อยละกัน ไหนๆก็ไหนๆละ

รูปหน้าวันที่ไปถึง โหนกแก้มชัดเจน หางตาตก หน้าผากรอยตีนกาเพียบ…55555+

เช้าวันรุ่งขึ้น แม่เฟียก็มารับที่โรงแรม เพื่อจะไปปรึกษากับคุณหมอที่โรงพยาบาล ระหว่างที่นั่งรถไป ก็ตื่นเต้นว่าจะเป็นไง ยังกล้าๆกลัวๆ อยู่ ต้องบอกก่อนว่าโรงพยาบาลศัลยกรรมที่เกาหลีไม่ได้ใหญ่ และมีพื้นที่กว้างแบบโรงพยาบาลบ้านเรานะครับ ถ้าดูๆแล้วก็จะเหมือนคลีนิคเสริมความงามบ้านเรานี่เอง แต่ระบบการจัดการต่างๆ บอกได้เลยว่าดีมากๆครับ พอขึ้นไปถึง ประตูลิฟท์เปิดออกมา แม่เจ้าาาา พนักงานตอนรับของโรงพยาบาลสวยๆทั้งนั้น มาบ้านเรานี่เป็นดารา นักแสดงได้เลย และการบริการก็ดีมากๆ อันนี้ขอชื่นชมเลยครับ

อันนี้ถ่ายจากข้างบนโรงพยาบาล ฝนก็ตก อากาศก็กำลังเย็นสบายเลยวันนั้น ชื่อโรงพยาบาลไม่ขอระบุนะครับ เพราะไม่รู้ว่าจะผิดกฎอะไรเขาป่าว เอาเท่าที่พอจะลงรูปได้นะครับ…ไปถึงก็นั่งรอคุณหมอสักพัก เพราะคุณหมอมีเคสอยู่ สักพักเจ้าหน้าที่คนสวยก็เชิญเข้าไปที่ห้อง เพื่อรอและให้คำปรึกษา อ้อ!! ลืมบอกไป ผมพูดภาษาเกาหลีไม่เป็นหรอกนะครับ และก็ไม่รู้เรื่องด้วยว่ายังไง 5555+ แต่โชคดีที่มีน้องปราง ลูกสาวของแม่เฟียช่วยเป็นล่ามให้ จากนั้นคุณหมอก็เดินเข้ามา และก็มานั่งพูดคุยว่าเราต้องการจะทำอะไร ผมก็บอกหมอว่าอยากตัดกรามและทุบโหนกแก้ม น้องปรางก็ช่วยเป็นล่ามคุยกับหมอให้ จากนั้นหมอก็วิเคราะห์รูปหน้า หันซ้าย หันขวา จับหน้าดูว่ากระดูกเป็นไงบ้าง คุณหมอก็มาวาดรูปให้ดูคร่าวๆ ว่าถ้าทำจะประมาณนี้นะ บลาๆๆๆ คุณหมอก็บอกจะทำไหม ถ้าทำก็เซ็นต์เอกสารยินยอมต่างๆ (อ่านไม่ออกหรอกว่าเขียนว่าไง 555 แต่น้องปรางก็ดูให้คร่าวๆ ก็เป็นประมาณหนังสือยินยอมอะไรประมาณนั้น) จนสุดท้ายก็ตกลงเรื่องค่าศัลยกรรม เป็นอันเสร็จสรรพทุกอย่าง ตอนนั้นปาไปเกือบบ่ายสองแล้ว ข้าวก็ยังไม่ได้กินตั้งแต่เช้า เริ่มหิว แต่ก็ยังกินไม่ได้ เพราะหมอให้ไปอีกตึกเพื่อไปตรวจสุขภาพ วัดความดัน ตรวจเอ็กซเรย์โครงหน้าทุกอย่าง แล้วก็กลับมาที่เดิมเพื่อที่จะมาจ่ายเงิน แต่อย่างที่บอกว่าไม่ได้ตั้งใจที่จะไปทำ เลยไม่ได้แลกเงินไปพอในตอนนั้น ซึ่งทางโรงพยาบาลในตอนนั้นก็ไม่รับให้รูดบัตร เพราะบัตรผมเป็นบัตรเดบิต และมันข้ามประเทศอีกด้วย เขาก็เลยกลัวจะมีปัญหาทีหลัง สุดท้ายก็เลยลงมาเพื่อมาหาธนาคารและจะกดถอนเงิน แต่ปัญหาก็เกิด เพราะบัญชีเป็นของไทย แต่ธนาคารเป็นของเกาหลี ดันเบิกเกินจำนวนมากๆไม่ได้ กดเบิกจาก ATM หลายรอบก็ยังเบิกไม่ได้ สุดท้ายถามเจ้าหน้าที่ธนาคาร เขาบอกเบิกจำนวนเยอะทางธนาคารเขาไม่อนุญาต เพราะประเทศเขากลัวว่าจะเป็นการฟอกเงินอีก เอาแล้วไงๆ จะทำอย่างไรดี สุดท้ายก็เลยขึ้นมาที่โรงพยาบาลขอให้เขารูดจากบัตรเอา และต้องรูดหลายรอบเพราะธนาคารตั้งวงเงินในการถอนแต่ละวันเอาไว้อีก สรุปวันนั้นพี่ที่ไปด้วย (คนเกาหลี) ก็ช่วยพูดกับทางโรงพยาบาลให้ จนทางโรงพยาบาลตกลงในที่สุด สรุปสุดท้ายโอเคละได้ทำละ 55555+ เสร็จสรรพก็นัดกันวันรุ่งขึ้นเพื่อทำศัลยกรรม แต่งดน้ำ ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของวันนั้น เอาสิครับเย็นวันนั้นก็เต็มที่เลย จัดเต็มก่อนที่จะไม่ได้กินอาหารอร่อยๆไปอีกหลายวัน

วันที่ 3 ของการอยู่ที่เกาหลี
ถึงวันที่คุณหมอนัดผ่าตัดแล้ว ในใจก็ยังตื่นเต้น กล้าๆกลัวๆอยู่ แต่มาถึงขั้นนี้ละ ถอยหลังไม่ได้แล้ว เอาวะ ไหนๆก็ไหนๆละ สู้โว้ยยยย ไปถึงโรงพยาบาล เดินมาถึงก็เจอพนักงานสาวสวยของทางโรงพยาบาล จัดการชำระเงินอีกครั้ง จากนั้นก็นั่งรอพยาบาลเรียก เพื่อไปถ่ายรูป ทำข้อมูลก่อนผ่าตัดอีกครั้ง โดยยังมีน้องปรางคอยช่วยแปลภาษาให้เช่นเคย จากนั้นก็ถึงเวลาขึ้นเขียง จำได้ว่ามีคุณหมอสองท่าน และพยาบาลอีกประมาณ 3-4 คน คอยอยู่ใกล้ๆ พยาบาลก็ช่วยกันจับมัดเอาไว้ กลัวเราดิ้นเผื่อตอนผ่าตัด ส่วนหมออีกคนก็ต่อสายสารพัด แล้วก็ฉีดยาสลบใส่เข้าไปในน้ำเกลือ รู้ว่าแต่คงสลบแน่นอน ไม่ทันถึงนาที ตาวูบ และก็สลบไปตั้งแต่คราวนั้น และนี่ก็เป็นรูปที่น้องปรางถ่ายเอาไว้หลังจากที่ทำเสร็จแล้ว ตอนนั้นผมยังสลบอยู่ ยังไม่ฟื้น ปล.ลงให้ดูได้บางส่วนนะครับ

หลังผ่าตัดเสร็จ ก็ยังสลบอยู่ ศัลยกรรมโหนกแก้ม

Tags :

ตัดโหนกแก้ม รวมคำถามเกี่ยวกับ ตัดโหนกแก้ม ที่หลายคนกังวลกันอย่างมากค่ะ เพราะเนื้อหรือแก้มของเราถูกประคองโดยกรอบของกระดูกโครงหน้า แต่เมื่อกระดูกถูกตัดออกไปแล้ว เนื้อยังคงอยู่เท่าเดิมแต่ไม่มีกระดูกประคองอีกต่อไป แน่นอนว่าแก้มจะตกและมีโอกาสห้อยลงมาบางส่วนค่ะ

ตัดโหนกแก้มแล้วแก้มจะห้อยไหม

ตัดโหนกแก้ม

อ้าว ? แก้มห้อยก็ไม่สวยสิคะ ?
ศัลยกรรมต้องทำออกมาแล้วดูดีขึ้นใช่มั้ยคะ? ตัดโหนกแก้ม ถ้าตัดกระดูกแล้วแก้มห้อยทุกคน สาวๆเกาหลีคงไม่ทำกันJ สิ่งสำคัญอยู่ที่ทักษะแพทย์และเทคนิคการผ่าตัดที่จะลดการเกิดแก้มห้อยหลังการผ่าตัดค่ะ จริงๆ แล้วเทคนิคการยุบโหนกแก้ม มี 2 เทคนิค คือ เทคนิคการตัดแบบตัว I ซึ่งเป็นเพียงลดความกว้างของกระดูกโหนกข้าง ตัดกระดูกออกตรงๆ ค่ะ ข้อดีคือ ผ่าตัดง่ายกว่า แบบที่ 2 คือเทคนิคการตัดแบบตัว L โดยเทคนิคการตัดแบบตัว L นี้เองเป็นเทคนิคที่ศัลยแพทย์เกาหลีส่วนมากนิยมผ่าตัดกันแบบนี้ ( เป็นสิ่งที่รู้กันในวงการว่าต้องเทคนิคนี้ การตัดเทคนิคLนี้ ต้องใช้ทักษะของแพทย์ขั้นสูงเพราะต้องทั้งตัด+เลาะกล้ามเนื้อ+ผลักกระดูกไปข้างหน้าให้มีแก้มลูกส้ม และใช้เวลาผ่าตัดที่นานขึ้นด้วยค่ะ )

ขั้นตอนการผ่าตัด
1. ตัดกระดูกเป็นรูปตัว L ซึ่งเปิดแผลในช่องปาก บริเวณคอฟันซี่สุดท้าย

2. เปิดแผลบริเวณข้างหู ตรงไรผม ประมาณ 5 มม. เล็กมากแทบมองไม่เห็นเลย เพื่อตัดกระดูกส่วนเกินออกมา

3. หลังการตัดโหนกแล้ว ขนาดของโหนกจะเล็กลงเมื่อมองจากหน้าตรง แต่จะเพิ่มมิติของใบหน้าบริเวณโหนกแก้มหน้าหรือลูกส้ม โดยการผลักกระดูกโหนกไปข้างหน้า ทำให้ใบหน้าสวย เอิ่บอิ่ม มีมิติ เมื่อมองจากด้านข้าง เรียกว่า เป็นการตัดแล้วผลักกระดูกไปข้างหน้า โดยดึงกล้ามเนื้อแก้มให้ตามกระดูกไปด้วย เทคนิคนี้เอง ที่ทำให้ลดปัญหาแก้มห้อย แก้มย้อย หลังผ่าตัด ลดโหนกแก้ม

4. ยึดกระดูกโหนกสองชิ้น ด้วยแผ่นไทเทเนียมและสกรู ซึ่งเป็นวัสดุทางการแพทย์ที่ไม่มีผลต่อการเข้าเครื่องเอ็กซเรย์หรือสแกนค่ะ

หลังผ่าตัดควรใส่ผ้ารัดหน้าอย่างน้อยที่สุด 1 สัปดาห์เพื่อพยุงแก้ม ช่วยไม่ให้ห้อยตกลงมาอีก และการใส่ผ้ารัดหน้านี้ยังช่วยให้กระดูกเชื่อมติดกันได้ดีขึ้นค่ะ สามารถขยับใบหน้า ได้ปกติ ไม่ต้องกลัวกระดูกจะหัก เพราะกระดูกได้ถูกยึดไว้แล้วด้วยสกรูและเพลทไว้แล้วค่ะ

4สเต็ปลดโหนกแก้ม3D

หน้าตอบมากเลยค่ะ หลังผ่าตัดเนื้อจะห้อยมั้ย ?
ถือเป็นโชคดีของคนหน้าตอบค่ะ เพราะหลังผ่าตัดโครงหน้าแล้ว ปัญหาหน้าตอบจะหายไปเลยค่ะ กลายเป็นสาวหน้าอิ่ม มีน้ำมีนวล ย้อนวัยแน่นอนค่ะ

แผลผ่าตัดอยู่ตรงไหน ?
ทั้งการยุบโหนกและผ่าตัดกรามและวีไลน์ จะเปิดแผลในช่องปากทั้งหมดค่ะ กรณียุบโหนกจะมีแผลหน้าหูเล็กน้อย ซ่อนตามไรผม มองไม่เห็นแน่นอนค่ะ ส่วนกราม ปกติแล้วจะผ่าตัดแผลในช่องปาก แต่ก็มีบางเคสเหมือนกันค่ะ ที่จำเป็นจะต้องตัดกระดูกกรามออกโดยการเปิดแผลภายนอกบริเวณใต้คาง ขนาดแผลเล็กค่ะ ไม่เป็นจุดสังเกตแน่นอน

แล้วเราจะรู้ได้ยังไงคะ ว่ากรามของเราจำเป็นต้องเปิดแผลด้านนอกรึเปล่า
ไม่สามารถบอกได้ค่ะจนกว่าจะเปิดแผลผ่าตัดในช่องปาก ว่าสามารถตัดกรามได้โดยเปิดแผลในปากได้อย่างเดียวเลยรึเปล่า ? แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หากไม่มีความจำเป็นจริงๆ ศัลยแพทย์จะไม่เปิดแผลภายนอกช่องปากค่ะ

ต้องมาตัดไหมในช่องปากมั้ยคะ ?
ไหมในช่องปากจะเป็นไหมละลาย ซึ่งจะค่อยๆหลุดไปเอง ในระยะเวลาประมาณ 2 เดือนค่ะ ส่วนไหมภายนอกบริเวณหน้าหูซ่อนตามไรผม จะเป็นไหมที่ต้องตัดออก ครบ 7 วันตัดไหมค่ะ

จัดฟันแล้วสามารถผ่าตัดยุบโหนก วีไลน์ได้หรือไม่ ?
สามารถทำได้ค่ะ เพียงแต่ต้องดูแลรักษาทำความสะอาดในช่องปากมากกว่าคนทั่วไปเท่านั้นเอง เพราะอย่างที่บอก แผลผ่าตัดอยู่ในปาก การบ้วนปากทุกครั้งด้วยน้ำเกลือหลังรับประทานอาหาร จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณแผลผ่าตัดในช่องปากค่ะ

การดูแลรักษาตัวเองหลังการผ่าตัด มีอะไรบ้าง ?
หลักๆ คือการดูแลรักษาความสะอาดในช่องปากด้วยการบ้วนน้ำเกลือหรือน้ำยาบ้วนปากผสมน้ำเปล่า หลังอาหารทุกครั้งค่ะ และการใช้ผ้ารัดหน้าอย่างสม่ำเสมอในช่วง 1 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด

กระดูกจะเชื่อมติดกันสนิท ใช้เวลานานมั้ยคะ ?
กระดูกเชื่อมติดสนิทใช้เวลาประมาณ 6-8 สัปดาห์ค่ะ

หลังผ่าตัดบวม ช้ำเขียว นานมั้ยคะ ?
บอกเลยว่าแล้วแต่บุคคลค่ะ ที่เคยเห็นการยุบบวมของคนไข้เร็วสุดคือ ประมาณ 5 วัน ก็ยุบบวมเกือบหมดแล้ว และแทบไม่ช้ำบวมเลย ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นกับการดูแลตัวเองตามคำสั่งแพทย์และสุขภาพร่างกายตัวเองค่ะ

มีเทคนิคให้ยุบบวมหายเร็วมั้ยคะ ?
นอกจากการฉายแสงลดบวมหรือการเข้าไปนอนในเครื่อง O2 Pressure แล้ว การทำจิตใจให้สบาย และการเดินออกกำลัง หากิจกรรมทำให้เป็นปกติ หรือเคลื่อนไหวตลอดเวลา ก็ทำให้อาการยุบบวมหายเร็วขื้นค่ะ ในเปเปอร์บทความต่างประเทศ เคยบอกว่า เมื่ออะดรีนาลีนหลั่ง หลอดเลือดขยายตัว ทำให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดีขึ้น ส่งผลให้การยุบบวมเร็วขึ้นด้วยค่ะ

ยาลดบวมจำเป็นมั้ยคะ ?
ศัลยแพทย์เก่งๆหลายท่านทั้งในไทยและเกาหลี มักให้ความเห็นว่า ไม่จำเป็นต้องทานยาลดบวม เพราะอาการบวมเป็นเรื่องชั่วคราว สิ่งที่ต้องพึงระวัง คือการติดเชื้อหลังการผ่าตัดมากกว่า ซึ่งคุณหมอจะจ่ายยากลุ่ม Anti Biotic ให้ทานหลังการผ่าตัดค่ะ

อาหารที่ควรทานหลังการผ่าตัด
เน้นอาหารอ่อนๆ ที่ไม่ต้องเคี้ยวมาก เพื่อลดการทำงานของกรามค่ะ เช่น ข้าวต้ม ก๋วยเตี๋ยวสับละเอียด หรือซุปต่างๆ ตัดโหนกแก้ม

Tags :

ปรับหน้าเรียววิธีทำให้หน้าเรียวอย่างปลอดภัยด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่รวบรวมมาให้ท่านผู้อ่านพิจารณา พร้อมทั้งคำแนะนำทั้งข้อดีและข้อเสียของแต่ละวิธี ว่าวิธีไหนเหมาะกับคุณและวิธีไหนไม่เหมาะกับคุณ

ปรับหน้าเรียว

ปรับหน้าเรียว หน้าบาน กรามใหญ่ คงเป็นปัญหาสำหรับหนุ่ม ๆ และสาว ๆ หลายคน โดยเฉพาะสาว ๆ ที่มีปัญหาเหล่านี้ก็มักจะขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่ว่าปัญหานี้จะเป็นมาตั้งแต่เด็กหรือเพิ่งมาเป็นในช่วงตอนเป็นหนุ่มเป็นสาว ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้อย่างแน่นอน ขอแค่คุณเลือกให้ถูกวิธี เพราะปัญหาหน้าใหญ่ หน้าบานนั้นมันมีอยู่ด้วยกันหลายกรณี ซึ่งแน่นอนว่าการรักษานั้นก็ต้องแตกต่างกันออกไปอย่างแน่นอน

เช่น หน้าบวมหรือมีอาการบวมน้ำซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหาร หรือแก้มบวมเพราะมีไขมันสะสมมาก หรือกรามใหญ่เพราะกล้ามเนื้อ เกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อส่วนนี้มาอย่างยาวนาน เช่น การเคี้ยวอาหารที่เคี้ยวยาก ๆ เช่น เนื้อสัตว์ปลาหมึก หมากฝรั่ง หรือเป็นคนกระดูกขากรรไกรใหญ่มาตั้งแต่เด็ก ทีนี้เรามาดูวิธีทําให้หน้าเรียวกันดีกว่า

วิธีทำให้หน้าเรียว
โบท็อกหน้าเรียวการฉีดโบท็อกซ์ (Botox) หรือสาร Botulinum Toxin ลดกรามปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก ก็เป็นอีกวิธีที่ค่อนข้างได้ผลดีอย่างมากและปลอดภัย แต่มีข้อเสียคือหลังจากฉีดแล้วฤทธิ์ของยาจะอยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือนซึ่งขึ้นอยู่กับการดูแลของแต่ละบุคคลด้วย และมีค่าใช้จ่ายที่ค่อยข้างแพง ตั้งแต่ 3,000 – 40,000 บาท ทั้งนี้ราคาจะขึ้นอยู่กับคุณภาพของตัวยาที่ใช้ฉีด ประสบการณ์ของแพทย์ และสถานที่เป็นหลัก เมื่อฉีดไปแล้วประมาณ 2-3 อาทิตย์ก็จะค่อย ๆเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น ลองถ่ายรูปก่อนและหลังฉีดของคุณไว้เป็นตัวอย่างก็ได้แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะฉีดโบท๊อกซ์แล้วหน้าเรียวเสมอไป เพราะวิธีนี้จะได้ผลกับผู้ที่มีกรามใหญ่เพราะกล้ามเนื้อเท่านั้น เมื่อคุณลองกัดฟันแล้วลองจับบริเวณกรามของคุณก็จะรู้ว่าคุณมีกล้ามเนื้อกรามหรือไม่ และมัดใหญ่แค่ไหน คุณเคยสังเกตหรือไม่ตอนเด็ก ๆ หน้าเรียวทำไมโตขึ้นกรามถึงใหญ่ หน้าก็เหลี่ยม เนี่ยแหละที่เค้าเรียกว่ากรามใหญ่เพราะกล้ามเนื้อ สาเหตุหลัก ๆ ก็มาจากการใช้กล้ามเนื้อบริเวณกรามมากเกินไปเช่น เคี้ยวหมากฝรั่ง เคี้ยวอาหารอย่างปลาหมึกหรือเนื้อเป็นประจำ หรือมักนอนกัดฟัน สบฟันไม่สนิท เหล่านี้ก็คือเป็นสาเหตุทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนี้ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนคุณไม่ทันรู้ตัวนั่นเอง สำหรับหลักการทำงานของการฉีดสาร Botox นั้นก็คือ เมื่อฉีดเข้าไปแล้ว สารนี้จะไปทำให้กล้ามเนื้อที่เป็นมัด ๆ ของคุณคลายตัวลง ยกตัวอย่างง่าย ๆ เหมือนนักกีฬาเพาะกล้ามที่กล้ามใหญ่ ๆ พอไม่ได้ออกกำลังกายนาน ๆ กล้ามเนื้อก็จะลีบแบนไปเองนั่นเอง แต่ถ้าคุณหน้าไม่เรียวเพราะไขมันหรือกรามใหญ่เพราะกระดูกวิธีนี้ก็ใช้ไม่ได้ผล ต้องรักษาด้วยวิธีอื่น
ร้อยไหมปรับหน้าเรียว ช่วยยกกระชับหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยเป็นหลัก ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยทำให้หน้าของคุณเรียวเล็กขึ้นมาได้แต่ไม่มากเท่า Botox ซึ่งจะช่วยทำให้ผิวหน้าที่หย่อนคล้อยค่อย ๆกระชับยิ่งขึ้น ไม่จำเป็นต้อใช้เวลาพักฟื้นหรือใช้เวลาพักฟื้นน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ด้วยส่วนราคาก็จะอยู่ที่หลักหมื่นขึ้นไป
ผ่าตัดกรามหรือเหลากราม เพื่อปรับรูปหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีกรามใหญ่หรือมีกระดูกขากรรไกรใหญ่มาแต่กำเนิด ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้ใบหน้าของคุณเปลี่ยนเป็นรูปทรงได้ในแบบที่คุณต้องการ ซึ่งจะทำให้หน้าดูแคบและเรียวขึ้น การผ่าตัดนั้นก็มีอยู่ด้วย 2 วิธีนั่นก็คือ การผ่าตัดจากภายนอกช่องปากและภายในช่องปาก โดยการตัดแต่งกรามนี้ไม่ใช่การเลื่อนกรามและไม่จำเป็นต้องจัดฟันร่วมแต่อย่างใด และมีวิธีการทำง่ายไม่ซับซ้อน ใช้เวลาพักฟื้นไม่นานนัก แต่วิธีนี้คุณต้องแน่ใจจริง ๆ ว่ากรามคุณใหญ่เพราะกระดูกขากรรไกรจริง ๆ ไม่ใช่ใหญ่เพราะกล้ามเนื้อ เพราะถ้าใหญ่จากกล้ามเนื้อแนะนำให้ฉีด Botox จะดีกว่า ถ้าคุณไม่แน่ใจก็ควรไปพบแพทย์เพื่อประเมินว่ากรามคุณใหญ่เพราะอะไร และควรใช้วิธีไหนในการรักษาจะดีที่สุด สำหรับราคาก็อยู่ที่ประมาณ 4-8 หมื่นบาท
ศัลยกรรมปรับแต่งกระดูก แก้ปัญหาโหนกแก้มสูงใหญ่ ปัญหาหน้าบานหรือหน้าตอบ แต่มันก็มีข้อเสียคือถ้าหากปรับแต่งไปแล้วเราเกิดไม่ชอบจะกลับไปเปลี่ยนแปลงให้เป็นแบบเดิมมันก็คงไม่ได้ ต้องเลือกหมอศัลยกรรมที่เก่งและเข้าใจสรีระโครงสร้างของใบหน้าคุณเป็นอย่างดี
บริหารหน้าเรียวฉีดแฟตแก้มหรือเมโสแฟต บริหารหน้าเรียวบริเวณแก้ม เหมาะสำหรับผู้แก้มใหญ่ หน้ากลมเพราะมีไขมันส่วนเกินบริเวณแก้ม สำหรับการฉีดก็จะช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินเฉพาะจุดที่ไม่ต้องการ อย่างบริเวณแก้มก็ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้นได้เหมือนกัน และต้องฉีดทุกอาทิตย์ ซึ่งผลที่ได้อาจจะช้า และมีผลข้างเคียงมาก มีอาการเจ็บในตอนฉีด และมีรอยฟกช้ำบ้างหลังการฉีด ทั้งนี้ก็แล้วแต่ตัวยาที่ใช้ สำหรับราคาก็ประมาณ 1,000 บาทขึ้นไปปรับหน้าเรียว

Tags :

ตัดกราม สวัสดีค่ะ เราเป็นสาวสองค่ะ วันนี้จะมาแชร์ประสบการณ์ตัดกรามค่ะ (กระทู้แรกหากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะคะ) แต่ก่อนมีปัญหาเรืองโครงหน้าใหญ่มากๆค่ะ ก่อนหน้านี้เราได้มาเสริมจมูกที่เลอลักษณ์ไปเเล้วค่ะ หน้าเราเปลี่ยนไปเยอะเลยค่ะ ประทับใจมากๆค่ะ หลังจากนั้นเราก็อยากจะตัดกราม ซึ่งกรามของเราค่อนข้างใหญ่แบบชัดเจนเลยค่ะ จริงๆเราก็เคยคิดจะผ่าตัดกรามมานานแล้ว ซึ่งเราก็ใช้เวลาหาข้อมูลและทำใจอยู่นานเหมือนกันนะคะ แต่ยังไม่กล้า จนในที่สุดก็เลือกมาทำที่เลอลักษณ์ค่ะ

ตัดกราม

ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล ตัดกราม
รูปก่อนทำ กรามชัดมากๆค่ะ
ด้วยความที่เราทำงานต้องใช้หน้าตา แถมตัวเราก็เป็นคนที่ไม่ค่อยมั่นใจด้วยค่ะ เวลาเเต่หน้าหรือถ่ายรูปออกมา คือมันชัดมากๆค่ะ ว่ากรามใหญ่เกินหน้าเพื่อนมากๆค่ะ ก็สาเหตุที่เราเลือกทำที่นี่ เพราะเชื่อว่าทำในโรงพยาบาลน่าจะมีความปลอดภัย และได้มาตรฐานมากกว่า อีกอย่างตัดกรามเป็นผ่าตัดใหญ่ ต้องวางยาสลบด้วยค่ะ

พอนัดวันทำก็เคลียร์คิวตัวเอง เพื่อมาทำศัลยกรรมโดยเฉพาะ ในใจตอนนี้คือพร้อมมากค่ะ ไม่กลัวอะไรเเล้ว ความเจ็บไม่มีในสมองเเล้วค่ะ ตอนนี้กลัวตื่นมาเเล้วสวย จะตกใจ ตื่นเต้นมากกว่า 555

ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล
รูปก่อนทำ เปลี่ยนชุดเเล้วนั่งรอผ่าตัดค่ะ
ต้องบอกว่าคุณหมอใจดีมากๆค่ะ ให้คำปรึกษาทุกอย่างได้ละเอียด เข้าใจง่ายดี หมอบอกว่าจริงๆ กรามเราค่อนข้างใหญ่มากๆค่ะ แต่หมอจะพยายามตัดออกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อหน้าเรียว VShape ปังสวย แบบถาวร

จากนั้นเราก็ได้ไปที่ห้องพัก โรงพยาบาลจัดห้องพัก VIP ไว้ให้ค่ะ ห้องสะอาด กว้างขวาง มี TV ห้องน้ำ เเละให้ญาตินอนเฝ้าได้ด้วยนะคะ เพราะหลังทำเราต้องนอนพักฟื้นดูเพื่อดูอาการค่ะ

หลังจากนั้นซักพักก็มีเจ้าหน้าที่มารับไปห้องผ่าตัด ก็จะมีการดมยาสลบ โดยวิสัญญีเเพทย์ค่ะ เรานอนลงบนเตียง มีพยาบาลเอาอะไรมาติดตรงหน้าอก น่าจะเป็นเครื่องวัดหัวใจ หมอเอาหน้ากากมาครอบจมูก บอกให้หายใจเข้าลึกๆ แล้วเราก็หลับไป ตอนทำนี่คือไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะคะ ตื่นมาอีกทีอยู่ห้องพักฟื้น ความรู้สึกเจ็บไม่เท่าไหร่ แต่แน่นมากเพราะมีผ้าพันกรามเอาไว้อย่างแน่น แต่ทนได้ค่ะ สู้ตายคะทุกคน…. และก็มีสายระบายเลือดใส่ไว้ให้ด้วยค่ะ วันต่อมา คุณหมอก็จะมาเอาสายระบายเลือดออกแล้วก็ให้กลับบ้านได้ค่ะ

ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล
ก่อนหน้านี้ออมเป็นคนกรามใหญ่มาก หน้าใหญ่มากด้วย อยากเปลี่ยนตัวเองมาก
ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี เลยเอาส่วนที่มันชัดที่สุดก่อน
ออมเลือกตัดกรามกับโรงพยาบาลเลอลักษณ์ เห็นว่ามีชื่อเสียง รีวิวเยอะดี
ออมตัดกรามกับนายแพทย์กีรพรรดิ์ ตอนนี้ออมทำธุรกิจส่วนตัว
ออมเปิดร้านอาหารและอมมต้องรัลแขกเองก็เลยอยากมีหน้าตาที่สวยเพื่อต้อนรับลูกค้า
หลังจากทำก็เปลี่ยนไปมาก กรามออมที่ดูเหลี่ยม ๆ ก็กลมขึ้น เรียวขึ้น
ส่วนกรามที่เกินมาก็ตัดออกไป แต่ก็มีหน้ากลมอยู่ตอนนี้ออมเลือกฉีด botox เพิ่ม
ตอนนี้เลยมีแพลนที่อยากทำคางเพิ่ม จะได้ดู V มากขึ้น ส่วนที่ออมตัดกรามมา
ออมว่ามันไม่เจ็บเลยนะ ออมใช้เวลาพักฟื้นแค่อาทิตย์เดียวเอง พักฟื้นไม่นานก็หาย
ใช้เวลาไม่เยอะเท่าทำหน้าอกเลย ตอนแรกที่ศึกษาดูตัดกรามเป็นเคสใหญ่
ต้องเจ็บมากแน่เลย แต่พอทำแล้วไม่เจ็บเท่าที่ทำหน้าอก ออมเป็นคนไม่สวยมาตั้งแต่แรก
เลยอยากสวยเหมือนคนอื่น ๆ เค้าบ้าง ออมขอเป็นกำลังใจให้สาว ๆ ทุกคนนะค่ะ
ผู้หญิงอย่าหยุดสวย สำหรับออม ออมไม่ได้ดูที่ราคา และโปรโมชั่นนะ ออมเลือก
สถานที่ที่มีคุณภาพ และคุณหมอที่มีฝีมือเก่งในการทำ ออมคิดว่าศัลยกรรม
ทำให้ชีวิตออมดีขึ้นจริง ๆ นะ ตัดกราม

Tags :

ลดแก้มใบหน้าที่เรียวสวยเข้ารูปนั้น เป็นลักษณะของใบหน้าที่คุณสาวๆ อยากจะครอบครองมากที่สุด เพราะไม่ว่าจะแต่งหน้าอย่างไร ก็ดูสวยไปหมด

ลดแก้ม

คุณสาวๆ ที่มีใบหน้าเรียวตามธรรมชาติอยู่แล้ว ลดแก้ม ก็ถือว่าเป็นบุคคลที่โชคดีมากค่ะ

แต่สำหรับคุณสาวๆ บางคนที่มีใบหน้าอวบอูม บวมเป็นส่วนเกินออกมา จนดูน่าเกลียดนั้น

ก็คงอยากที่จะหาวิธีมาช่วยใน การยกกระชับใบหน้าให้เรียว เข้ารูปเหมือนกับคุณสาวๆ คนอื่นๆ

สำหรับในวันนี้ จะขอพาคุณสาวๆ ไปพบกับวิธีการที่จะช่วยทำให้หน้าเรียวขึ้นด้วยตัวเอง ด้วยสารพัดกลเม็ดเคล็ดลับ

และประสบการณ์ในการบริหารใบหน้าให้เรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ จากบรรดากูรูนวดหน้าเรียว

รวมไปถึงสมาชิกใน webboard ด้านความสวยงามอันดับหนึ่งอย่าง Pantip

โดยที่คุณสาวๆ ไม่ต้องไปพึ่งมีดหมอ ในการทำศัลยกรรม ด้วยวิธีการบริหารใบหน้าอย่างง่ายๆ ดังต่อไปนี้

วิธีการช่วยทำหน้าให้เรียว ด้วยการบริหารใบหน้าด้วยตัวเอง

1. การนวดหน้าเรียว เป็นวิธีการบริหารกล้ามเนื้ออย่างง่ายๆ ได้ด้วยตัวเอง โดยมีวิธีการดังต่อไปนี้

นวดกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผาก โดยใช้นิ้วนางและนิ้วกลาง นวดจากบริเวณกึ่งกลางหน้าผาก แล้วค่อยๆ นวด วนขึ้นเป็นแนวขดลวด ขึ้นลงเบาๆ จนถึงขมับ 6 จังหวะ ทำซ้ำ 3 ครั้ง
ใช้นิ้วนางและนิ้วกลาง นวดเบาๆ บริเวณใต้ดวงตา โดยเริ่มตามแนวโครงกระดูกเบ้าตาล่าง แล้ววนไปมาเบาๆ 3 ครั้ง
นวดกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม โดยใช้ปลายนิ้วทั้งสองข้าง นวดจากบริเวณมุมปาก ในลักษณะแบบยกผิวขึ้นเป็นมุมกว้าง แล้วนิ่งเอาไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วค่อยลูบลง ทำซ้ำให้ครบ 3 ครั้ง
นวดกล้ามเนื้อบริเวณมุมปาก โดยใช้ปลายนิ้วทั้งสองข้าง นวดจากบริเวณกึ่งกลางคางขึ้นไป ที่ตรงบริเวณมุมปาก ในลักษณะยกขึ้น 3 ครั้ง
นวดบริเวณรอบดวงตา ใช้นิ้วนางและนิ้วกลาง กดทับผิวบริเวณหัวตาทั้งสองข้างเบาๆ ประมาณ 5 วินาที แล้วลูบผ่านไปที่เปลือกตา ไปกดที่บริเวณขมับ ควรทำเป็นประจำ เพื่อผ่อนคลายใบหน้า
2. ท่าบริหารใบหน้าให้ดูเพรียวลง การบริหารใบหน้า จะช่วยทำให้ใบหน้ากระชับขึ้น และเห็นโครงร่างใบหน้าชัดเจนมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังช่วยทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าแข็งแรง

รวมไปถึง ระบบการหมุนเวียนของโลหิต บนใบหน้าก็จะดียิ่งขึ้นด้วย ซึ่งเป็นส่งผลให้การเกิดริ้วรอยบนใบหน้าช้าลง โดยมีวิธีการบริหารใบหน้า ดังต่อไปนี้

เริ่มจากการยิ้ม โดยยกริมฝีปากขึ้น แล้วห่อริมฝีปากเข้าด้วยกัน จากนั้น ทำให้แก้มพองขึ้นมากที่สุด โดยการอมลมเอาไว้ภายในปาก
ปล่อยลมออกจากปาก จากนั้นทำแก้มบุ๋ม โดยการดูดแก้มเข้าหากัน ปิดท้ายด้วย การยิ้มอีกครั้งในรูปแบบของตัวคุณเอง
3. ท่าบริหารเพื่อลดแก้ม เป็นท่าบริการที่เหมาะสำหรับคุณสาวๆ ที่มีแก้มอวบบวมออกมา โดยเริ่มท่าบริหารโดยการ อ้าปากให้กว้างมากที่สุด เท่าที่จะสามารถทำได้

จากนั้น ให้พยายามดึงปากให้หุ้มฟันเอาไว้ แล้วยิ้มให้กว้างที่สุดโดยที่ไม่ต้องหุบปาก

การบริหารในลักษณะนี้ จะทำให้รู้สึกตึงๆ ที่บริเวณใบหน้า ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า กล้ามเนื้อบริเวณแก้ม กำลังได้รับการกระตุ้นอยู่

4. ท่าบริหารลดไขมันใต้คาง หรือที่เรียกกันว่า “เหนียง” นั่นเอง โดยเริ่มต้นท่าบริหารจากการ เงยหน้าให้มากที่สุด

จากนั้นให้ค้างเอาไว้ แล้วใช้มือจับบริเวณลำคอ ดึงริมฝีปากล่าง มาหุ้มริมฝีปากบนให้เยอะที่สุด เป็นเวลา 10 วินาที

5. ท่าบริหารกราม เริ่มต้นจากให้ อ้าปากให้กว้างเหมือนกำลังพูดคำว่า “อ้า” แล้วเปลี่ยนมาเป็นทำปากให้จู๋ เหมือนกับกำลังพูดคำว่า “อู้” ทำปากในลักษณะทั้งสองอย่างสลับกัน วันละ 10 นาที

6. ท่าบริหารลดขากรรไกร เริ่มจากการ เม้มปากเข้าหากันให้แน่นมากที่สุด แล้วพยายามยิ้มให้กว้างมากที่สุด เท่าที่จะสามารถทำได้

7. ท่าบริหารกระชับใบหน้า เริ่มต้นจากการยิ้มให้กว้างที่สุด เท่าที่จะสามารถทำได้ จนเริ่มรู้สึกตึงที่ใบหน้า จากนั้นให้ค่อยๆ หุบยิ้มลงอย่างช้าๆ

อย่างไรก็ตาม การบริหารใบหน้า ที่ได้ทำการแนะนำไปแล้วนั้น ขอแนะนำให้คุณสาวๆ ค่อยๆ ทำการบริหารอย่างช้าๆโดยที่ไม่ต้องรีบร้อน ลดแก้ม

Tags :