รีวิวทำปากบาง

ศัลยกรรมปากบางสวัสดีครับ คือผมเป็นคนที่มีปัญหาเรื่องรูปปากมาก เพราะเป็นคนมีริมฝีปากหนาทั้งบนและล่าง(หนามากจริงๆ) ทำให้เวลาถูกถ่ายภาพทีเผลอ หน้าจะออกมาแย่มากเกิดความไม่มั่นใจเวลาจะพูดพรีเซนต์งาน หรือพบเจอคนใหม่ๆ

ศัลยกรรมปากบาง

รีวิวทำปากบางทำปากบาง ศัลยกรรมปากบาง
หลังจากหาข้อมูลอยู่นาน ก็ตัดสินใจลองพบคุณหมอที่ Masterpiece Clinic คลินิกอยู่สยามสแควร์ ตรงข้ามมาบุญคลอง เดินทางง่ายมาก และผลงานศัลยกรรมของที่นี่น่าพอใจมาก พอถึงวันนัด เข้ามาในคลีนิคอย่างแรกที่รู้สึกได้คือพี่ๆพนักงานดูแลเราดีมากครับ

คุณหมอผู้ดูแลเคสของผมคือคุณหมอบุ๊ง เริ่มแรกก็บอกถึงปัญหาและเอารูปทรงปากที่อยากได้ให้คุณหมอดู คุณหมออธิบายดีมากครับ เข้าใจง่าย และแนะนำสิ่งที่เหมาะสมกับใบหน้าของเราที่สุด เลยไม่ลังเลตกลงนัดวันทำเลย ซึ่งช่วงนั้นทำวิทยานิพนธ์กำลังจะเรียนจบ กังวลว่าปากจะหายไม่ทันพรีเซนต์งาน แต่คุณหมอบอกว่า 2 สัปดาห์หายทันแน่นอน

รีวิวทำปากบาง
ก่อนทำปากบาง

หลังจากทำความสะอาดใบหน้าเรียบร้อยแล้ว คุณหมอบุ๊งจะขอคุยอีกครั้งก่อนทำ คุณหมอแนะนำว่า ไม่ให้เอาออกมากเพราะถ้าเอาออกมากเกินแล้วเราไม่ชอบ มันเอากลับมาไม่ได้ แล้วถ้ายังไม่ชอบค่อยมาให้หมอดูใหม่ ผมก็เห็นด้วย จากนั้นก็วาดปาก บรรยากาศในห้องผ่าตัดสบายๆมากครับ มีเพลงฟังชิวๆ ไม่เกร็งเท่าไร

จากนั้นก็ฉีดยาชา อันนี้เจ็บ เลยใช้วิธีการท่อง ในใจท่องรัวๆว่า “กระจอกมากๆ อกหักยังเจ็บกว่านี่อีก” พูดเป็นร้อยๆรอบในใจ มันก็ช่วยนะในความรู้สึก555 พอฉีดเสร็จหมอก็นวดๆที่ปากแล้วถามว่าเจ็บมั้ย? แน่นอนผมเป็นเด็กมีมารยาทเลยตอบว่า ไม่เจ็บครับ… หมอบุ๊งเลยพูดว่า “เอาจริงๆเจ็บมั้ย?” ผมเลยบอกว่าเจ็บแต่ท่องในใจว่ากระจอกมากๆ คุณหมอหัวเราะเลยบอกว่าเดี๋ยวให้คนไข้คนอื่นทำบ้าง

หลังจากนั้นคุณหมอก็เริ่ม…เออไม่รู้สึกอะไรเลยเลยแฮะ หลังจากนอนฟังเพลงนิ่งๆให้คุณหมอจัดการปากไป อยู่ดีๆก็มีกลิ่นเหมือนคนเผากุ้ง…แต่ไม่ใช่ คือว่าคุณหมอกำลังทำให้แผลมันประกบกันด้วยไฟฟ้า(มั้งนะ)555 จากนั้นก็เย็บๆ เสร็จแล้วก็ให้เราดูกระจก หมอบอกผมนอนนิ่งมาก พยาบาลก็พาไปประคบเย็น และให้รางวัลเป็นแมสปิดปาก 1 อันกับถุงยาดีไซน์สวยงาม

รีวิวทำปากบาง
หลังทำ 15 วัน

อัพเดท วันที่ 15หลังทำปากครั้งแรก คือมันบางลงจริง แต่มันก็ยังหนาอยู่ดี เพราะเป็นคนมีต้นทุนสูง(ปากหนามาก555) เลยมีความคิดที่ว่า งั้นเอาใหม่ทำข้างบนให้บางอีก มาดูแก้ปากบนรอบสองกันเลย

รีวิวทำปากบาง
ปากบาง

ครั้งที่ 2 นี่ห่างจากที่ทำครั้งแรกประมาณ 2 เดือน เพราะต้องรอให้ปากมันหายบวมแน่นอนก่อน ขั้นตอนเหมือนเดิม มีการปิ้งย่างกุ้งในห้องเหมือนเดิม พี่พนักงานยังบริการได้ดีเหมือนเดิมมาดูความเปลี่ยนแปลงกัน

ครั้งนี้บอกคุณหมอว่า เอาข้างบนออกเยอะๆหน่อยเพราะว่าต้นทุนมีเยอะ คุณหมอจัดเต็มแต่ก็ไม่เต็มเกินไปเพราะบอกว่าไม่ตัดให้มากเกินนะกลัวปากหาย555พอกลับมาบ้าน เปิดปากดูเท่านั้นแหละ…เห้ย…ครั้งนี้สวยชัวร์!!

รีวิวทำปากบาง
หลังทำปากบาง

ครั้งนี่ต่างจากครั้งแรกตรงที่สามารถกินข้าวได้ 2 จาน ไม่ต้องหยอดโจ๊กแล้วเพราะไม่ได้ทำปากล่าง 5555และรอยช้ำน้อยมาก ไม่กี่วันหายเลยหายเร็วจนตัวเองยังตกใจ

รีวิวทำปากบาง
หลังทำปากบาง

วันที่ 10 แล้ว ผลเป็นที่น่าพอใจมากครับ ผมรู้สึกพอใจกับทรงปากตอนนี้มากครับ เป็นธรรมชาติ และไม่บางเกินไป ต้องขอบคุณคุณหมอบุ๊ง คุณหมอเส พี่พนักงาน พี่พยาบาลที่ทุกคนให้การดูแลผมอย่างดีตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาใช้บริการ

รีวิวทำปากบาง
หลังทำปาก รอบสอง
ขอฝากไว้สำหรับคนที่คิดจะศัลยกรรม อยากให้ต้องดูจุดประสงค์ของเราให้ดีก่อนว่าเราทำเพื่ออะไร ของเดิมมันดีอยู่แล้วหรือเปล่า เพราะถ้าทำแล้วเราต้องยอมรับผลที่จะตามมาให้ได้ ดังนั้นอยากให้ศึกษาให้ดีเลือกคุณหมอที่ไว้ใจได้เท่านั้น เพราะมันคือใบหน้า ขอบคุณครับ

ขอบคุณกระทู้รีวิวจาก wonderfulศัลยกรรมปากบาง

GET THE RIGHT START ! : REVIEW การฉีดฟิลเลอร์คาง และสิ่งที่คุณควรรู้ก่อนทำฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์คาง ย้อนไปเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนระหว่างนั่งดูคุณนกตีสิบกับรูปลักษณ์โฉมใหม่ที่เธอได้พยายามจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพียงเพราะโดนผู้ชายห่วยๆคนนึงทิ้งไปเพราะว่าเธอสวยน้อยกว่าผู้หญิงคนใหม่ .. หลังจากเห็นโฉมหน้าหลังศัลยกรรมยกเครื่องหน้าใหม่ ตัวเองเหมือนโดนสะกด หลังจากวันนั้นใช้เวลาทุกวันเป็นเวลาหลายอาทิตย์ในการเข้า เว็บสังคมออนไลน์ที่เกี่ยวกับการทำศัลยกรรมของไทยเรานี่ละ มีผู้คนมากมายมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พูดคุย แนะนำ และ เผยภาพก่อน – หลังการทำศัลยกรรม

ฉีดฟิลเลอร์คาง

ทุกวินาทีทำให้เราคิดเรื่องที่ไม่เคยคิด ฉีดฟิลเลอร์คาง อยากในเรื่องที่เคยคิดว่าจะไม่ทำเพียงเพราะเวลาเราเห็นอะไรที่ดูดี เราก็อยากจะดูดีบ้าง ทั้งที่ตัวเองก็ควรจะภูมิใจที่มี 32 ประการครบ ทุกอย่างน่าจะพอดี ก่อนหน้านี้ 6 เดือน ก็โดนกระแสการทำโบทูลินัมทอกซินจากรุ่นพี่ใน Facebook คนนึงเป็นคนมีชื่อเสียง เธอเป็นคนที่สวย มีเสน่ห์ น่ารัก และเป็นคนมีแก้ม หลังจากเธอไปทำโบทูลินัมทอกซิน ลดขนาดกล้ามเนื้อแนวขากรรไกรมาก็กลับมา ” สวยโคตร ” ความรู้สึกโชคดีของผู้สาวแก้มใหญ่ก็มาถึงคือ ” อยากบ้าง อะไรบ้าง “

ตอนนั้นก็รู้สึกว่าโชคดีที่ตอนดัดฟันแล้วไม่ยอมถอนฟันเพียงเพราะให้ใบหน้าดูเรียวลงเนื่องจาก แอบคิดว่า พอถึงเวลาที่เราแก่ฟันเรามันก็ร่วงอยู่แล้ว ถ้าถอนเยอะไป แล้วตอนแก่จะเหลืออะไรให้หลอ จะเค้ียวข้าวลำบากไหม (คิดการณ์ไกลมาก) ก็ยอมหน้ากลมมา 23 ปี มามีประสบการณ์การทำ โบทูลินัม ทอกซิน ตอนอายุ 23 ปี 11 เดือน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฟิลเลอร์ คือ ขอท้าวความก่อนก้าวเข้าสู่สังเวียนการทำศัลยกรรมขนาดย่อม ?

โดยเริ่มจากการอยากมีใบหน้าที่เรียวยาว เนื่องด้วยเวลาถ่ายรูปอะไรก็แล้วแต่ที่มีตากล้อง จะโดนบังคับทำร้ายจิตใจ ให้ก้มหน้า แบนหน้าให้เอียงให้มากที่สุด ก้มแทบคางจะติดกับเหนียงที่คออยู่แล้ว .. เพราะเค้าบอกว่าเรา ” หน้าบาน “

เกลียดคำพวกนี้มาก ” หน้าบาน หน้ากลม หน้าอ้วน หน้าอืด “ คิดในใจ

(ทำไมอะไรกับตูนักหนาวะ)

เลยไปอัดโบทูลินัมทอกซินเข้าที่กล้ามเนื้อแนวขากรรไกร เนื่องด้วยอาชีพพนักงานเอกชน เงินเดือนน้อยนิด เนื่องด้วยความต้องการอยากดูแลแม่ให้ดี เลยยกเงินเดือนให้แม่ครึ่งนึง ดูแลค่าใช้จ่ายในบ้านเกือบทุกอย่างยกเว้นค่าน้ำ เราก็เลยมองหาเรื่องราคาเป็นอันดับหนึ่ง แต่ยาต้องคุณภาพสุด ดีที่สุด เลยไปจบที่โรงพยาบาลรัฐบาลที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง (ขอไม่บอกนะคะ เพราะเดี๋ยวเขาเสียหาย) ด้วยคำแนะนำจากพี่สาวที่เรารู้จักและนับถือ พี่เขาจะเป็นคนแนะนำสิ่งที่ดีให้เราตลอดฉีดฟิลเลอร์คาง

ฉีดฟิลเลอร์ ปลายหยดน้ำ จมูกแบบไหนเหมาะฉีดฟิลเลอร์ ทรงไหนควรใส่ซิลิโคน ฉีดฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์ปลายหยดน้ำ จมูกแบบไหนเหมาะฉีดฟิลเลอร์ ทรงไหนควรใส่ซิลิโคน ฉีดฟิลเลอร์ VS เสริมด้วยซิลิโคน อัพดั้งแบบไหน เหมาะกับคุณในรายที่จมูกสวยอยู่แล้ว ขาดตรงดั้งไปนิดหน่อย หรือช่วงสันดั้ง 2 ข้างยุบไม่เท่ากัน แต่ปลายจมูกโด่งสวยงามอยู่แล้วอันนั้นเหมาะที่จะฉีดฟิลเลอร์ เข้าไปช่วยได้ แต่ถ้าไปฉีดเพื่อหวังให้ปลายจมูกโด่ง อันนั้นผิด ฉีดให้ปลายจมูกเป็นรูปหยดน้ำ อันนั้นผิด เพราะการฉีดฟิลเลอร์มันไม่ทำให้จมูกโด่ง แต่มันจะทำให้จมูกเตี้ยลง เพราะฟิลเลอร์มันหนัก ฉีดแล้วมีแต่จะทำให้จมูกห้อยลง เพราะปลายจมูกเป็นส่วนที่อ่อน ไม่มีอะไรรองรับ แต่ถ้าเป็นช่วงดั้งนั้นมีกระดูกรองรับ ฉีดฟิลเลอร์เข้าไป กระดูกที่อยู่ด้านล่างก็ดักฟิลเลอร์ไว้ ทำให้สามารถดันเนื้อขึ้นมาได้ ดูจมูกโด่งขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ต้องระวัง เพราะหากฉีดมากเกินไป ฟิลเลอร์ก็ไหลออกด้านข้าง จนดูจมูกโตได้ ส่วนจมูกแบบที่ควรจะเสริมด้วยซิลิโคน คือ ถ้าจมูกเตี้ยเกินไป, ปลายจมูกบานใหญ่, ปลายจมูกสั้นเกินไป, ปลายจมูกไม่โด่ง หรืองุ้มตก เหล่านี้ต้องใช้ซิลิโคนที่เป็นของแข็งมายกขึ้น.

ฉีดฟิลเลอร์ปลายหยดน้ำ

เพราะสิ่งสำคัญที่จะทำให้จมูกคุณสวยได้ดั่งใจ ฉีดฟิลเลอร์ปลายหยดน้ำ ไม่บิดเบี้ยวนั้น ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของแพทย์ที่ทำการผ่าตัดให้ คุณหมอสมศักดิ์เลยแนะนำมาว่า หากคิดจะเสริมสวยให้ได้ดั่งฝัน ฉีดฟิลเลอร์ ปลายหยดน้ำ ควรหาแพทย์ที่เข้าใจปัญหาของคุณ และยิ่งถ้าคุณได้เห็นตัวอย่างผลงานของแพทย์ท่านนั้นด้วยก็ยิ่งดีอยากเสริมด้วยซิลิโคนหรือมายืดให้สันจมูกยาวออกไป ดูเป็นปลายหยดน้ำ เหล่านี้ควรจะเสริมด้วยแท่งซิลิโคน” ศัลยแพทย์เจ้าของ ระบุ ผมบอกตรงๆ เลยว่า การที่เสริมจมูกแล้วเบี้ยวนั้น เป็นเพราะฝีมือหมอที่ทำ แต่ไม่ค่อยมีใครออกมารับผิดชอบ แต่ถ้าเป็นผมบอกเลย ถ้าเห็นเบี้ยวเมื่อไหร่ ไม่ต้องเถียงกับคนไข้เลย ต้องรีบแก้ไขให้เขา ไปเถียงทำไมว่าคุณนั่นแหละไปทำเบี้ยวมา ไปโทษว่าเป็นเพราะคนไข้เอามือไปดันมันเลยเบี้ยว แบบนั้นมันไม่ใช่ เพราะถ้าจมูกเกิดเบี้ยว มันเกิดจากการวางซิลิโคนเบี้ยวตั้งแต่แรกแล้ว”
แต่กลัวจมูกเบี้ยวฉีดฟิลเลอร์ VS เสริมด้วยซิลิโคน อัพดั้งแบบไหน เหมาะกับคุณหลังพูดถึงข้อจำกัดการเสริมดั้งด้วยฟิลเลอร์ไปแล้ว เราหันมาถามข้อจำกัด ที่น่าหวั่นวิตกของการเสริมจมูกด้วยซิลิโคน นั่นคือ..จริงหรือที่ว่า หลังเสริมจมูกด้วยซิลิโคนแล้วดูแลตัวเองไม่ดี เช่น จับจมูกแรงไป หรือแค่นอนตะแคงข้าง ก็อาจทำให้ดั้งเบี้ยวได้ เรื่องนี้คุณหมอสมศักดิ์ว่า
ผมแนะนำการเลือกหมอศัลยกรรมว่า ต้องลองเข้าไปคุยก่อน ไปศึกษาดูว่า หมอท่านนั้นเขาเข้าใจปัญหาของเรามั้ย ถ้าเราเห็นว่าเขาเข้าใจปัญหาของเรา มีแนวทางแก้ไขปัญหาให้เราได้ตรงกับความต้องการของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราได้เห็นตัวอย่างผลงานของเขา มันก็ทำให้เราวางใจได้มากขึ้น”
ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย การเสริมดั้งอัพจมูกให้สูงโด่ง ก็ยังเป็นศัลยกรรมยอดฮิตของสาวไทยเรา ยิ่งปัจจุบันนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างฟิลเลอร์ ก็เข้ามาเป็นอีกตัวช่วยให้คุณจมูกโด่งได้สมใจ ด้วยสรรพคุณที่ว่าฉีดปุ๊บโด่งปั๊บ แถมหากไม่พอใจ…ไม่เป็นไร 3 เดือน 6 เดือน ฟิลเลอร์ก็สลายไปโดยไม่เป็นอันตรายฉีดฟิลเลอร์ปลายหยดน้ำ

ฉีดฟิลเลอร์จมูกสวยคุ้มค่าน่าทำหรือไม่

ฉีดฟิลเลอร์จมูก การศัลยกรรมเสริมความงามอันดับต้นๆ ในไทยที่เป็นที่ยอดนิยมตลอดกาลในทุกยุคทุกสมัย เห็นทีจะหนีไม้พ้นการศัลยกรรมจมูก เสริมดั้งโด่งนี่ล่ะค่ะ ซึ่งในปัจจุบันก็ได้มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเสริมจมูกด้วยวิธีใหม่ๆ นอกเหนือจากการผ่าตัด อย่างการฉีดฟิลเลอร์ ก็ไต่อันดับขึ้นมาเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งสำหรับคนกลัวมีด หรือคนที่ยังไม่แน่ใจว่าจมูกใหม่จะเข้ากับหน้าหรือเปล่า เพราะฉีดปุ๊บโด่งปั๊บ แถมไม่ต้องรอหายบวม และไม่ต้องแก้ไม่ต้องปรับ เพราะหากไม่พอใจ ก็สามารถฉีดสลายได้ หรือ รอให้สลายไปโดยที่ไม่เป็นอันตราย แต่มันจะออกมาสวยคุ้มค่าน่าทำจริงหรือ แล้วจมูกทุกรูปแบบสามารถทำได้หรือเปล่า มาหาคำตอบกับคุณพี่กันค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์จมูก

จมูกแบบไหนเหมาะที่จะฉีดฟิลเลอร์?
ใช่ว่าการเสริมจมูกด้วยฟิลเลอร์จะสามารถใช้ได้กับจมูกทุกแบบนะคะ ฉีดฟิลเลอร์จมูก เพราะจมูกบางรูปทรง ฟิลเลอร์ก็ไม่สามารถช่วยให้ดูแตกต่างขึ้นมาได้ ซึ่งจมูกที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ มีดังต่อไปนี้ค่ะ

1. ดั้งแบนคนที่รูปทรงจมูกสวยอยู่แล้ว แต่สันจมูกอาจดูเตี้ยไปหน่อย อยากให้ดูสูงขึ้นการฉีดฟิลเลอร์ก็จะทำให้สวยขึ้น สันจมูกดูคมขึ้นได้ โดยใช้แค่จำนวนเล็กน้อย ในปริมาณที่พอดี ไม่อย่างนั้นก็อาจจะทำให้ฟิลเลอร์ไหลไปกองรวมกันทำให้ทรงไม่สวยได้แต่ควรจะต้องฉีดกับคุณหมอผู้เชี่ยวชาญกันหน่อย เพราะการฉีดดั้งจะต้องมีการปั้นแต่งรูปซักเล็กน้อย และต้องมีการเลือกใช้ตัวฟิลเลอร์ให้เหมาะสม เพราะฟิลเลอร์บางตัวก็จะนิ่มไป ทำให้ดั้งยุบเร็ว หรือไม่ขึ้นรูปเป็นทรงสวยค่ะ
2. ดั้งจมูกมีกระดูกปูดออกมาสามารถฉีดฟิลเลอร์เติมให้แนวกระดูกดูเรียบเสมอกัน ทำให้สันจมูกดูไม่งองุ้มและเป็นทรงขึ้นได้ แต่ถ้างอมากๆ การผ่าตัดอาจทำให้ดูเนียนเป็นธรรมชาติมากกว่า
3. จมูกใหญ่หรือทรงจมูกที่ดูบานแล้วอยากทำให้จมูกดูเรียวขึ้น การฉีดฟิลเลอร์เสริมจมูกก็สามารถช่วยได้ เพราะเมื่อเสริมดั้งให้โด่ง ส่วนปลายจมูกจะถูกยกสูงขึ้น ปีกจมูกก็จะแลดูหดตัวแคบลง ทำให้ดูแล้วเหมือนจมูกเรียวขึ้นได้ตามดั้งที่โด่งขึ้นนั่นเองค่ะ
4. จมูกเบี้ยวหรือช่วงสันดั้งสองข้างยุบลงไปไม่เท่ากัน สามารถแก้ปัญหาด้วยการฉีดฟิลเลอร์เติมแต่งให้ดูตรงขึ้นได้ แต่ถ้าจมูกโค้งงอผิดรูปมากเกินไป แนะนำให้เสริมด้วยซิลิโคนจะดูสวยกว่าและไม่ต้องคอยเติมบ่อยๆ
จมูกแบบไหนไม่สมควรฉีดฟิลเลอร์?
ในบางครั้งการฉีดฟิลเลอร์ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาจมูกได้ทั้งหมดค่ะ มีหลายกรณีที่การฟิลเลอร์เสริมจมูกไม่สามารถช่วยได้ ดังนี้ค่ะ

1. เสริมปลายจมูกให้เชิดขึ้นหรือเป็นหยดน้ำจริงๆ สามารถทำได้ แต่อาจจะสวยอยู่ได้ไม่นานเท่ากับการฉีดให้ดั้งโด่ง เพราะตรงปลายจมูกเป็นส่วนอ่อนที่ไม่มีแนวกระดูกคอยรองรับเหมือนตรงสันจมูก ทำให้ฟิลเลอร์อาจจะไหลลงไปบริเวณปีกจมูก ยิ่งทำให้ดูจมูกใหญ่กว่าเดิมได้ ถ้าอยากได้ทรงหยดน้ำการเสริมด้วยซิลิโคนจะดูสวยกว่าและกะทรงได้แม่นยำมากกว่าค่ะ
2. ฉีดฟิลเลอร์เพื่อแก้ไขปัญหาโพรงจมูกการฉีดฟิลเลอร์เสริมจมูก ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการหายใจติดขัด หรือปัญหาอื่นๆ ที่เกิดมาจากโครงสร้างของโพรงจมูกได้ค่ะ เพราะฟิลเลอร์แค่ฉีดเพื่อเติมเต็มหรือจัดแต่งรูปทรงจมูกเท่านั้น หากต้องการเสริมจมูกเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาโพรงจมูก ต้องเข้าพบแพทย์เพื่อทำการรักษา อย่าหวังพึ่งฟิลเลอร์เลยค่ะ
3. เสริมจมูกโด่งถาวรฟิลเลอร์แบบที่ปลอดภัยที่สุดคือแบบ Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งจะคงอยู่ได้เพียงระยะสั้นๆ คืออย่างมากก็ประมาณ 1 ปีเท่านั้นเองค่ะ ซึ่งคุณพี่ก็ไม่แนะนำให้ใช้ฟิลเลอร์อย่างอื่นที่ไม่สลายตัวนะคะ เพราะมีความเสี่ยงต่ออาการแทรกซ้อน และความยุ่งยากอื่นๆ สูง ถ้าคุณน้องอยากจะเปลี่ยนทรงจมูกของตัวเองอย่างถาวร ก็ควรเลือกการผ่าตัดเสริมจมูกไปเลยค่ะ
4. จมูกที่เบี้ยวผิดรูปในหลายจุไม่ใช่เพียงแค่เบี้ยวจากการที่สันดั้งทั้งสองข้างยุบตัวไม่เท่ากัน แต่จมูกดูเบี้ยวจากโครงสร้างกระดูกในหลายๆ ส่วนการฉีดฟิลเลอร์อาจไม่ได้ช่วยให้ดูดีขึ้นได้มากนัก ดังนั้นหากอยากแก้ไขจมูกเบี้ยวให้สวยอย่างยั่งยืน ต้องเลือกเสริมจมูกด้วยการผ่าตัดแทนค่ะฉีดฟิลเลอร์จมูก

กิ๊บก๊าบ LET ME IN 3 เสริมจมูกโดย หมอมนัส

รีวิวเสริมดั้ง สวัสดีค่ะ กิ๊บก๊าบ ทิพย์สุดา จากรายการ Let Me In Thailand คนที่ 3 ค่ะ ฉายาสาวหน้าม้า ไม่ใช่ผมหน้าม้าแบ๊วๆนะคะ แต่หมายถึงฟันยื่นเหมือนม้านี่แหละค่ะ จนเราทนกับคำโดนล้อและปัญหาจนทำให้เกิดเป็นจุดบอดในใจเรา และเลือกที่จะมาพลิกชีวิตตัวเองในรายการ Let Me In Thailand ซึ่งเราได้ทีมเพพทย์จากประเทศไทยเลือกที่จะศัลยรรมให้กับเรา ถ้าเพื่อนๆอาจจะยังจำเราไม่ได้ วันนี้เรามีรูปในรายการมาให้ดูด้วย ไปดูกัน

รีวิวเสริมดั้ง

 

เป็นอย่างไรบ้างค่ะเพื่อนๆพอจะนึกออกไหมค่ะ ถ้าเพื่อนอยากรู้ว่าเราต้องเจออะไรมาบ้าง ทำไมเราถึงได้เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับศัลยกรรมเปลี่ยนชีวิต สามารถเขาไปอ่านได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างนะคะ
อ่านเรื่องราวของกิ๊บก๊าบเพิ่มเติมได้ที่นี่ รีวิวเสริมดั้ง
นี่เเหละค่ะใบหน้าของเรา ฟันเหยิน จมูกบาน ตาตก “ดูรวมๆเเล้วน่ากลัวจังเลย” เเต่ในความโชคร้ายก็มีความโชคดีซ่อนอยู่ค่ะ เราได้เป็นหนึ่งในผู้ศัลยกรรมในรายการ Let Me In Thailand และเราก็ได้พบกับคุณหมอมนัส เมโกะคลินิก ซึ่งท่านเป็นผู้ที่จะดูเเลเราในเรื่องของศัลยกรรมความงามค่ะ

หมอมนัส

คุณหมอท่านนี้คือ คุณหมอมนัส เมโกะคลินิกค่ะ คุณหมอเลือกที่ทำจมูกให้กับเราค่ะ กับปัญหาของทรงจมูกที่ดูไม่เข้ากับรูปหน้า ปีกจมูกที่บานเเบบเเมลงสามารถบินเข้าไปได้ (คือบานจริงๆค่ะ) คุณหมอได้เลือกทรงจมูกโดยการเหลาซิลิโคนเพื่อให้เข้ากับรูปหน้าของเรา เเละยังมีการตัดปีกจมูกเพื่อให้ดูสมส่วนกับจมูกมากยิ่งขึ้น

before1

มาดูการเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวันกันบ้างว่าจะเปลี่ยนไปขนาดไหน สังเกตุได้เลยว่ารอยช้ำของจมูกแทบจะมองไม่เห็นเลย บวมก็ถือว่าไม่มากถ้าเทียบกับคนอื่นๆที่เคยทำมาอีกค่ะ ส่วนความเปลี่ยนที่เห็นเลยคือ จมูกดูมีมิติ โดดเด่น ทรงสวย ดูเข้ากับใบหน้าเป็นธรรมชาติ รูจมูกที่บานก็ดูเล็กลงได้สัดส่วน จมูกแท่งนี้โดนใจมากเลยค่ะ เราอยากให้เห็นรูปเปรียบเทียบก่อนและหลังทำว่าจะเป็นไงบ้างไปดูกัน รีวิวเสริมดั้ง

รีวิวเสริมจมูกเคสเนื้อเยอะ

รีวิวเสริมจมูก สวัสดีค่ะ
วันนี้จะมาแชร์ประสบกาณ์ การทำจมูกของฉันให้เพื่อนๆฟังนะคะ เรามาเริ่มกันเลยค่ะ เดิมก็เป็นคนที่ จมูกค่อนข้างใหญ่ ปีกหนา ดั่งแหมบ 55555 และมีคนทักเรื่องจมูกเยอะมาก มีแต่คนบอกให้ทำๆๆๆๆๆ ส่งเสริมกันสุดฤทธิ์ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร ณ ตอนนั้นกลัวอย่างเดียวกลัวเจ็บ

นี่คือรูปก่อนทำนะคะ

รีวิวเสริมจมูก

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปแล้วแต่บุคคล รีวิวเสริมจมูก

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปแล้วแต่บุคคล
และจุดที่ไม่ทันตั้งตัวว่าจะได้มาทำจมูกคือ พี่สาวส่งเสริมให้เราทำแบบจริงจังไม่ได้แค่พูดเปรยๆ แต่คือเป็นสปอนเซอร์ให้เลย และให้เราหาสถานที่ทำจมูกเองเลย ซึ่งตอนแรกเราคิดว่าพี่สาวพูดเล่น เราเลยเลือกหาข้อมูลหลายๆแห่ง หลายๆแบบ และลองเสนอคลีนิคที่มีชื่อเสียงอย่างคลีนิคของคุณหมอนพรัตน์ รัตนวราห Nopparat Cosmetic Clinic คิดว่าพี่สาวคงจะเปลี่ยนใจ ยืดเวลาให้เราทำใจอีกหน่อย (แหะๆ ลึกๆเราก็ยังกลัวเจ็บอยู่ดี) แต่ปรากฎว่า พี่สาวตกลง และให้เข้าไปนัดพบคุณหมอและนัดคิวผ่าเลยจ้า
2 อาทิตย์ก่อนตัดสินใจทำ

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปแล้วแต่บุคคล
มีความยิ้มแป้น

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปแล้วแต่บุคคล
นที่เข้ามาปรึกษาคุณหมอ เพื่อที่จะเข้าพบเพื่อดูหน้าสด ที่คลินิกเป็นอะไรที่หรูมากค่ะ ทุกอย่างเพียบพร้อม ห้องตรวจ ห้องคนไข้ ห้องผ่าตัด การบริการของพนักงาน การเอาใจใส่ต่างๆ นานาโดยเฉพาะของเว็บไซด์ใน facebook ตอบคำถามดีมากเลย และเมื่อถึงคิวเข้าพบ คุณหมอได้แจ้งว่า จมูกเราต้องตัดปีก เสริมฐานด้วยกระดูกหลังหู ถึงจะสวย และก็ค่อนข้างยากนิดนึง เพราะจมูกสั้น รูจมูกไม่เท่ากัน แล้วก็ถามเราว่าอยากได้ทรงแบบไหน เราก็เอารูปให้คุณหมอดูเลยค่ะ ด้วยความมั่นใจ

คิมแตฮี 55555

วันที่ทำจมูกเตรียมตัวขึ้นเขียง

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปแล้วแต่บุคคล
วันนี้ตื่นเต้นมาก กลัวด้วย เพิ่งเคยขึ้นเตียงผ่าตัดครั้งแรก ไปถึงก็กรอกประวัติ ไปถ่ายรูปก่อนทำหลายรูปมาก จากนั้นก็เปลี่ยนเสื้อผ้าค่ะ ทางผู้ช่วยแพทย์ก็พาไปห้องผ่าตัด เพื่อเริ่มทำจมูก พอเจอคุณหมอก็ทักทายคุณหมอก่อนเลย คุณหมอใจดีมากค่ะ ก่อนขึ้นเตียง ตอนนี้แอบกลัวแบบสั่นๆ ค่ะ เพราะเค้าต้องฉีดยาชาบริเวณจมูกให้เราเลยกลัวมากๆๆๆๆๆๆๆ………….จนเสร็จ

ประทับใจคลินิกนี้เพราะเขาดูแลเราดีมากๆ เลย หาทั้งน้ำหวานๆ มาให้ดื่มอีก พร้อมทั้งอธิบายการดูแลตัวเองหลังการทำจมูกและให้ยาไปทานที่บ้านรีวิวเสริมจมูก

[เสริมจมูก] รีวิวเสริมจมูกกับทางโรงพยาบาลเลอลักษณ์สวยปังมากๆค่ะ

แต่งปลายจมูก กราบสวัสดีพ่อแม่พี่น้องทุกท่านนน แฮร่ ไม่ใช่มัคนายก เราชื่อหมวยนะคะ ขออภัยที่ติดตลกไปนิส 555 วันนี้เราก็จะมารีวิวจมูกสวยๆของเราเอง หลังจากที่ไม่มีดั้งมานานหลายสิบปีแต่ตอนนี้มีแล้วค่ะ สวยด้วยก็เลยอยากจะมารีวิวให้เพื่อนๆได้ชมกานนนน งุงิ

แต่งปลายจมูก

ก่อนทำ

ก่อนทำก็จะไม่ค่อยมีดั้งประมาณนี้แหละค่ะ แต่งปลายจมูก คงไม่แปลกใช่มั้ยล่ะคะว่าทำไมเราถึงไปเสริมให้มันโด่งเพิ่มขึ้นมา อีกอย่างก็เริ่มโตเป็นสวยแล้วก็ต้องมีการพัฒนาความสวยกันบ้าง เพราะใครๆก็บอกว่าเป็นผู้หญิงตองอย่าหยุดสวย ตอนนี้สาวสองสวยกว่าเราเยอะเลยค่ะ ยอมในความสวยเลยจริงๆ5555 แต่ก็ไม่ได้อยากสวยอะไรมากมายหรอกนะคะ แค่อยากทำให้ตัวเองดูดีขึ้นมาบ้างเท่านั้นเอง รู้สึกว่าวนเวียนเรื่องสวยไม่สวยมาหลายรอบละมาเข้าเรื่องต่อไปกันดีกว่าเนอะ(ใต้ความเขียนไม่เป็นมันก็จะวนเวียนหน่อยๆ555)
ก็ เราเลือกทำรพ.เลอลักษณ์ค่ะ จองคิวไว้เรียบร้อยแล้ว เลือกเพราะว่า ดี พูดได้คำเดียวเลย เพื่อนๆก็แนะนำมาด้วย แล้วก็ดูรีวิวมาด้วย ชอบหนักไปอีก อยากทำหนักไปอีก เลยทำตามเสียงหัวใจเรียกร้อง 5555 พอถึงวันทำก็เข้าไปทำปกติแหละค่ะ เรียกทรง ไอดดอลโน๊ต ทำกับคุณหมออัครรัช ขอบอกอีกว่าหมอมือเบา ใจดี ทำออกมาบวมน้อยมาก พูดเลยยย มาดูหลังทำทันทีกัน.

หลังทำทันทีจมูกมันก็จะโด่งหน่อยๆ แล้วก็จะมึนยาชานิดๆด้วย นี่ก็กลับไปดูแลตัวเองที่บ้านค่ะ หมอบอกว่าให้นอนหมอนสูงๆ งดอาหารแสลงทุกชนิด ทานยาตามที่สั่ง แล้วก็คอยประคบเย็นด้วย

หลังทำ 3 วัน จมูกโด่งสวยมาก พูดเลยว่าสวยตั้งแต่วันแรกจริงๆค่ะ หมอเก่งมากก

หลังทำ 7 วัน

เริ่มแต่งหน้าเป็นผู้เป็นคนได้แล้วค่ะ หลังจากงดแต่งหน้ามานานถึง 7 วัน พอครบกำหนดก็เริ่มแต่งได้เลยค่ะ 555 แต่งปลายจมูก

มีข้อมูลซิลิโคนเสริมหน้าอกทรงหยดน้ำ มาแบ่งค่ะ

ทรงหยดน้ำบ้านเราตอนนี้หากด้อมๆ มองๆ ตามสถานเสริมความงามทั้งเล็กใหญ่ ดูเหมือนการศัลยกรรมเสริมหน้าอกจะได้รับความนิยมไม่น้อยเลยค่ะ
นอกจากจะเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สถานที่ รีวิวต่างๆแล้ว ตัว implant หรือก้อนซิลิโคนก็เป็นสิ่งที่สำคัญนะคะ เพราะสิ่งนี้เองที่จะช่วยเสริมบุคลิก ความภาคภูมิใจในภาพลักษณ์ของตัวเราเอง ที่สำคัญจะต้องปลอดภัยด้วยใช่มั้ยล่ะคะ เพราะเราตั้งใจหมายว่าจะต้องอยู่กับเขาไปตลอดชีวิตของเรา

ทรงหยดน้ำ

รูปทรงซิลิโคนในปัจจุบันแบ่งออกง่ายๆ เป็น 2 ชนิดค่ะ ทรงหยดน้ำ
1. ทรงกลม

จะมีทั้งชนิด high profile (ทรงพุ่ง คล้ายปิรามิด) และ Low profile (แบนคล้ายจาน)

implant ชนิดนี้ จะมีขนาดที่หลากหลาย ทั้งความกว้าง และน้ำหนัก ซึ่งจะต้องเลือกให้เหมาะกับคยไข้แต่ละคนค่ะ
หาก ความกว้างของเต้านมเล็ก ฐานของซิลิโคนก็ต้องมีขนาดที่เหมาะสมค่ะ หากลักษณะของเต้านมมีความพุ่งอยู่แล้ว
การใส่ชนิด low profile ก็อาจจะเหมาะสมกว่า…..คราวนี้อย่าเพิ่งยั๊วหมอ เวลาคุณหมอจัดขนาดเล็กไปไม่ถูกใจนะคะ เราคงไม่อยากได้น้องนมสี่เต้าใช่มั้ยล่ะคะ สาวๆ ทั้งนี้ต้องปรึกษาแพทย์ด้วยนะคะ ว่ามีเทคนิกการเลาะขยายฐานเพื่อช่วยให้ใส่ซิลิโคนขนาดใหญ่หรือไม่ และอย่างไร

อีกอย่างที่จะละเลยไปไม่ได้คือผิวของซิลิโคน จะมีทั้งผิวทราย และผิวเรียบ
ซึ่งผิวทรายนี้เป็นวิวัฒนาการของซิลิโคนเสริมเต้านมค่ะ ผิวทรายนี้จะช่วยให้ลดผลข้างเคียงบางชนิดค่ะ อาทิ เต้านมบิด หรือผังผืดรอบเต้านม รวมไปถึงการหย่อนยานในอนาคตด้วยค่ะ ด้วยหลักง่ายๆ คือเนื้อเยื่อในร่างกายเราจะชอนไชเข้าไปในผิวพรุนนี้ (แล้วแต่คุณภาพของบริษัทผู้ผลิต) และยึดเกาะไว้ติดกับเนื้อเยื่อของเราค่ะ

แล้วทำไมชนิดผิวเรียบยังคงมีอยู่???
แพทย์อาจเลือกใช้ในเคสที่ต้องการใส่ขนาดที่ใหญ่มากๆ เพราะแผลที่สอดก็ต้องใหญ่เท่าเดิม คือประมาณ 5 ซม. แต่ตัวซิลิโคนใหญ่ ก็ต้องเลือกชนิดที่บีบได้มากกว่า และลื่นพอ (เมื่อหล่อด้วยสารหล่อลื่นทางการแพทย์ หรือน้ำเกลือ)เพื่อที่จะเข้าไปได้ง่ายขึ้น ชนิดผิวเรียบนี้ ต้องนวดหลังจากการใส่ค่ะ เป็นคำแนะนำจากผู้ผลิตเลยค่ะ

ข้อดีที่แพทย์บางท่านบอกก็คือการสัมผัสค่ะ แบบผิวเรียบจะหยุ่นๆ มือมากกว่า ลองขอคุณหมอเอามาบีบดูสิคะ ลองดูว่าชอบแบบไหน ดูหลายๆแง่นะคะ

ล่าสุด
2. ทรงหยดน้ำ หรือ anatomical shape

หากสาวๆ อยากได้แบบดูเป็นธรรมชาติที่สุด ไม่เป็นสเตปเหมือนใส่ทรงกลม ก็ต้องสู้กับราคานิดนึงค่ะ…อิอิ
เทคโนโลยี ล่าสุดของซิลิโคนเสริมเต้านมค่ะ รวมไปถึงเทคนิกการใส่ที่ควรใส่ใต้รามนมเท่านั้นเพื่อความเที่ยงตรงสวยงาม
ของหน้าอกเรา เนื่องจากไม่ใช่ทรงสมมาตร การใส่ซิลิโคนก็ต้องใช้ความชำนาญของแพทย์ค่ะ การจัดทรงซิลิโคนไม่ให้เบี้ยวนี่สำคัญมากทีเดียว เลือกที่ดีที่สุดนะคะ

ข้อดีของซิลิโคนชนิดนี้ก็คือรูปทรงที่เป็นธรรมชาติ
และในบางแบรนด์ ก็มีการศึกาาเรื่องผิวพรุนภายนอก ที่ลดข้อแทรกซ้อนจากการใส่ที่เป็นสถิติที่น่าสนใจมากเลยค่ะ
แต่อันนี้ต้องลองถามคุณหมอค่ะ นอกจากนี้แล้วยังรับประกันว่าไม่แตกรั่วตลอดชีพด้วยนะคะ
และข้อมูลที่น่าสนใจจากผู้ผลิตอีกข้อก็คือ ไม่ต้องนวด ใช่ค่ะ ไม่ต้องนวด เพราะเนื่องจากทรงซิลิโคนที่ไม่สมมาตร
นวดไปอาจทำให้เบี้ยวได้….ก็ดีนะไม่ต้องเจ็บด้วย ไม่ยุ่งยากด้วย

แล้วแผลล่ะ ทำไง
คนไทยเรานิยมผ่าเข้าทางรักแร้ก็เพราะห่วงสวยเรื่องแผลเป็นนี่แหละค่ะ แต่ที่จริงแล้วผ่าใต้ราวนมจะไม่เป็นแผลเลย
เวลาใส่เสื้อสายเดี่ยวแขนกุดนะคะ ในขณะเดียวกันลักษณะของเต้านมจะคล้อยลงมาอยู่แล้ว ก็จะปิดแผลไปโดยปริยาย
ก็ไม่น่าจะมีปัญหาแม้ใส่ชุดว่ายน้ำ ทูพีซ หรือชุดชั้นใน ว่ามั้ย เว้นแต่จะนอนเปลือย และเปิดไฟ ก็อาจจะสังเกตเห็นได้….เอิ๊กๆๆ

หรือหากเป็นแผลจริงๆ เดี๋ยวนี้ก็มีหนทางให้เลือกค่ะ ทั้งฉีด Steroid ลงบนแผล หรือ Laser Flexel ก็กำลังมาแรงเลยทีเดียว

เอาล่ะค่ะ วันนี้แค่นี้ก่อน เปิดกว้างสำหรับคำถามนะคะ รู้อะไรก็จะเอามาแบ่งกันค่ะทรงหยดน้ำ

[CR]แชร์ประสบการณ์เสริมจมูกครั้งแรกค่ะ

ทำดั้ง สวัสดีค่ะ จขกท.เป็นมือใหม่พันทิปนะคะ ล็อกอินก็ยังไม่มีเลยเพราะปกติอ่านอย่างเดียว วันนี้ขอยืมล็อคอินพี่ที่รู้จักกันเพราะอยากเล่าประสบการณ์การทำจมูกครั้งแรก เผื่ออาจจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆท่านใดกำลังตัดสินใจอยู่ค่ะ

การตัดสินใจทำจมูกครั้งแรกนี้เกิดขึ้นด้วยความไม่ได้ตั้งใจร้อยเปอร์เซนต์ คือเราเป็นคนที่พอใจกับหนังหน้าตัวเองประมาณ 80% น่ะค่ะ และกลัวการศัลยกรรมเป็นที่สุด เพราะเกรงว่าถ้ามีปัญหาหน้าแหกไปมันคงไม่คุ้มกัน

ทําดั้ง

ส่วนเรื่องการทำจมูก ส่วนตัวก็ไม่ได้ถือว่าดั้งแมบอะไรมากมาย ก็มีในระดับนึง ทำดั้ง แต่ก็อ่ะนะ มันไม่ได้สวยงามเป็นสันเหมือนดารา เวลาถ่ายรูปบางมุมมันก็แบนๆอ่ะ บางครั้งก็รู้สึกรำคาญจมูกตัวเองว่ามันเป็นจุดเดียวที่ทำให้หน้าไม่สวยเลย ถ้ามันโด่งกว่านี้ซักนิดคงดี แต่ก็อ่ะนะ ความกลัวมีมากกว่าความอยากสวย เลยไม่กล้าทำ ได้แต่จดๆจ้องๆมาหลายปี

อยู่มาวันนึง เราก็ได้อ่านรีวิวต่างๆ ทั้งในพันทิปและเวปดั้งโด่ง ยอมรับว่ากิเลสเกิดมากๆ เพราะหลายคนทำแล้วสวยขึ้น หน้าเปลี่ยนเลย เราเริ่มเสริชหาหมอเก่งๆ ข้อมูลต่างๆ รวมทั้งรพ.หรือคลีนิคและราคา

แต่ ด้วยความที่ดิฉันกลัวมากกว่าอยากสวย และกลัวการหาหมอและต้องเจ็บตัวมากๆๆ เลยเงื่อนไขเยอะ 555 อย่างแรกคือ ต้องฉีดยาสลบเท่านั้น หมอที่ฉีดยาชาไม่เอาเด็ดขาดอ่ะค่ะ เพราะเคยอ่านกี่คนๆก็บอกว่าเจ็บปวดรวดร้าวน้ำตาเล็ดกันมาก ดังนั้นเงื่อนไขดิฉันคือ

1. ต้องยาสลบเท่านั้น ยาชาไม่เอา หมอไหนเก่ง ทำสวย ราคาดีแค่ไหน ถ้าฉีดยาชาตัดช้อยส์ทิ้ง
2. ราคา ต้องไม่เกิน 30,000 ยิ่งถูกยิ่งดี แต่ไม่ควรจะต่ำกว่า 10,000 เพราะราคาต่ำมากๆรู้สึกไม่ปลอดภัยกับเกรดของซิลิโคนและฝีมือหมอ (อันนี้ความรู้สึกเฉพาะตัวนะคะ อาจจะไม่ใช่ fact ก้อได้)
3. หมอและคลีนิคหรือรพ.ต้องมีชื่อระดับนึง ไม่กล้าเสี่ยงกับคลีนิคโนเนมใหม่ๆ
4. ถ้าเป็นไปได้ขอเลือกรพ.มากกว่าคลีนิค เพราะรู้สึกปลอดภัยกว่า แต่ก็ไม่สำคัญมาก
5. ใกล้บ้าน เดินทางสะดวก รวมทั้งรอคิวเป็นชาติ นัดล่วงหน้านานๆก็ไม่เอา
555 บอกแล้วเงื่อนไขเยอะโครต

จากที่อ่านรีวิวต่างๆ คุณหมอและรพ.หรือคลีนิคที่พอจะลงตัวก็คือ คุณหมอเกมส์และคุณหมอกิตติศักดิ์ แต่ด้วยความที่เลอลักษณ์ใกล้บ้านมวาก เลยเลือกหมอท่านหลัง (ตัดสินใจอะไรได้ง่ายดีเนอะ ฮ่าๆ)

อยู่มาวันนึงในสัปดาห์ที่แล้ว เราจึงลองโทรสอบถามที่รพ.เลอลักษณ์ น้องโอ (เปอเรเตอร์) ก็แจ้งราคาและแจ้งว่าคุณหมอท่านนี้ราคาซิลิโคนอเมกาคือ 17900 ซิลิโคนเกาหลี สองหมื่นกว่า คุณหมอกิตติศักดิ์จะแพงกว่าคุณหมอท่านอื่นเพราะดังที่สุด

เราก็ถามว่าต้องนัดคิวล่วงหน้าใช่ไหม น้องโอตอบว่าต้องนัดล่วงหน้าค่ะคุณหมอคิวเยอะ อิชั้นก็ถามไปว่าวันนี้เลยไม่ได้ใช่ไหมคะ (ในใจคิดว่าเอาวะถ้าวันนี้ได้ก็ทำๆมันไปเลย ขืนนัดล่วงหน้าอิชั้นปอดแหกเปลี่ยนใจแน่) น้องโอตอบว่าเดี๋ยวเช็คก่อนแล้วโทรกลับนะคะ ซักพักน้องโทรมาบอกว่าพี่เข้ามาตอน 6 โมงเย็นได้เลยค่ะ

ขั้นตอนการทำ
เราไปถึงรพ.ประมาณ 5 โมงครึ่ง รพ.นี้สวยมากๆค่ะ ใครเคยดูเรื่องแรงเงาคงนึกออก เหมือนวังโบราณๆหรือรีสอร์ตสวยๆมากกว่ารพ. ขึ้นไปชั้น 2 จะมีเค้าเตอร์ลงทะเบียน มีสาวๆนั่งรอกันอยู่เต็ม จนท.ก็ให้ยื่นบัตร ซักพักก็มาอธิบายและเอาซิลิโคนให้จับเปรียบเทียบว่าเลือกของอเมริกา (แข็งและถูกกว่า) หรือเกาหลี (นิ่มและแพงกว่า) แน่นอนอิชั้นเลือกของถูก 555

หลังจากนั้นซัก 5 นาที ก็มีจนท.มาเรียกชื่อประมาณ 5 คน พร้อมทั้งนำให้ขึ้นไปจ่ายเงินพร้อมกันที่ชั้นลอย ขึ้นทางบันไดที่มุนินทร์ตบกับนพนภาน่ะค่ะ หุหุ
ไปถึงเค้าเตอร์จ่ายเงิน แคชเชียร์จะเรียกชื่อทีละสองคนไปจ่ายเงินพร้อมกัน (เพื่อ?) เพื่อให้เร็วมั้ง แต่อิชั้นว่ามันเสียความเป็นส่วนตัวนะคะ คนที่เรียกไปพร้อมกันจะทำนมทำปากอะไรรู้กันหมดเลย เพราะรู้ราคา
จ่ายเงินเสร็จก็รอเรียกไปรับยา จะได้ยาแก้อักเสบ (Amoxy) ยาลดบวม พารา และแผ่นประคบเย็น 3M พร้อมใบแนะนำการปฏิบัติตัวหลังเสริมจมูก

หลังจากนั้นก็เคลื่อนตัวไปรอห้องข้างๆ จนท.จะเรียกไปทีละสองสามคน ไปถ่ายรูป หน้าตรง เอียง 45 เอียง 90 คนที่ถ่ายก็นั่งถ่ายไป อีกสองสามคนที่ถูกเรียกมาก็นั่งมองคนถูกถ่ายกันไป มันเขินๆน่ะ ณ จุดนี้ ไม่เข้าใจอีกครั้งว่า เรียกมานั่งรอทำไมกันในห้อง เรียกเข้าห้องทีละคนก็ได้มั้ง เพราะทุกคนก็รอกันอยู่ข้างหน้า

ขั้นตอนตั้งแต่ลงทะเบียน จ่ายเงิน รับยา ถ่ายรูป นี่เร็วค่ะ เรามาถึง ห้าโมงครึ่ง น่าจะไม่ถึงชั่วโมงก็เสร็จ หลังจากนี้สิ นานโคตร
คือตอนแรกที่โทรศัพท์มาและน้องโอบอกว่านัด 6 โมง ในใจอิชั้นคาดได้ว่า หกโมงชั้นได้ลงทะเบียน พบหมอ ตรวจ ซักทุ่มน่าจะเสร็จ อะไรประมาณนั้น ไม่ได้คาดการณ์ว่า เป็นการนัดคร่าวๆและคนจะเยอะขนาดนั้น โดยเฉพาะคนที่มาเสริมจมูกกับคุณหมอท่านนี้ เยอะมากกกก ดังนั้น 6 โมงคงไม่ใช่นัดของคนไข้คนเดียวแต่เป็นล็อตๆแน่เลยเดาเอาทำดั้ง

‘ทรงจมูก’ ในฝันของเหล่าเซเลบ แบบไหนเป๊ะปังเข้ากับรูปหน้าเราที่สุด

ทรงจมูก ตอนนี้ใครมีแพลนอยากอัพสวยด้วยมือหมอกันบ้าง? เห็นเพื่อนแห่ไปทำสวยกันใหญ่ บางคนทำตาสองชั้น ฉีดฟีลเลอร์ ทำจมูก ไอ้เราเห็นแล้วก็อยากจะสวยบ้างไรบ้างอะโนะ เพราะเราถือคติที่ว่า “ทำบุญได้ชาติหน้า แต่ทำหน้าเราได้ชาตินี้” ในเมื่อมี ทรงจมูก ที่ใช่ ใจพร้อม กายพร้อม เงินพร้อมอีก แล้วจะรออะไร ลุยโลด!
ทรงจมูก

ทรงจมูก

แต่ก่อนจะไปทำ The Passion ก็อยากให้สาว ๆ ทรงจมูก มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจกันนิดนึงก่อนว่า เราอยากทำออกมาเป็น ทรงจมูก แบบไหน หรือแค่ต้องแก้จุกบกพร่องแค่นิดเดียว The Passion เราก็เลยรวบรวมเอาทรงจมูกในฝันของสาว ๆ หรือพูดง่าย ๆ ว่าจมูกต้นแบบที่เราจะเอารูปไปให้คุณหมอดูนั่นล่ะ ให้ดูเป็น Reference สำหรับใครที่มีแพลนอยากอัพจมูกให้ออกมาสวยเป๊ะปังกันก่อน! ทั้งนี้ รูปที่เราหยิบเอามาให้ดู มีทั้งแบบธรรมชาติแม่ให้มา และ แบบสวยเป๊ะปังแบบเนรมิตได้ ด้วยการศัลยกรรมอย่างปลอดภัยด้วยนะจ๊ะ โปรดใช้สติในการเลือกให้ดีล่ะ จะออกมาสวยตามต้นแบบหรือไม่ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างบนใบหน้าด้วย

1. จมูกทรงหยดน้ำ
ทรงนี้จัดว่าฮอตสุด เพราะเป็นการเสริมจมูกให้ยาวขึ้นตรงช่วงปลายจมูกคล้าย ๆ กับหยดน้ำงุ้มลงเล็กน้อย เหมาะกับสาวที่มีรูปทรงจมูกยาวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และปลายจมูกมีเนื้อพอที่จะทำออกมาเป็นหยดน้ำได้ ใครชอบทรงนี้แล้วคุณสมบัติผ่านก็จัดไปเลยจ้ะทรงนี้จะมีลักษณะของช่วงปลายจมูกที่เชิดและสันจมูกค่อนข้างโด่ง คนที่จะทำทรงนี้ได้ต้องมีสันจมูกที่ดีอยู่แล้ว แค่เสริมตรงช่วงปลายจมูกให้เชิดขึ้น ใครที่มีปัญหา ‘จมูกงุ้ม’ หรือ ‘จมูกบาน’ แนะนำว่าทำทรงนี้จะสวยเริ่ดแน่นอน เพราะการทำศัลยกรรมจมูกทรงนี้จะช่วยยกช่วงปลายจมูกขึ้น ทำให้จมูกดูบานน้อยลงด้วยทรงนี้จะคล้าย ๆ กับทรงหยดน้ำเลยค่ะ แต่ต่างกันตรงที่ปลายจะสโลป (Slope) ลง และคนที่ทำ ไม่จำเป็นต้องมีสันจมูกที่ยาวอยู่แล้ว เพราะเป็นการเสริมหยดน้ำเข้าไปตรงช่วงปลายจมูก ลักษณะจมูกของคนที่จะทำทรงนี้ได้ต้องมีเนื้อจมูกที่แน่น ไม่บางเกินไป และเลือกสันจมูกที่ไม่โด่งมากจะได้ทรงออกมาสวยเริ่ดทรงจมูก