รักษาแผลเป็น ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาแผลเป็นให้หายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ตัวอย่างวิธีรักษาแผลเป็น ได้แก่ การใช้ยาทาแก้แผลเป็น การใช้แผ่นเจลซิลิโคน การใช้ยาสเตียรอยด์ กรฉีดฟิลเลอร์ เลเซอร์ และการผ่าตัด เป็นต้น จากการศึกษาพบว่า การรักษาแผลเป็นเพื่อให้ดีขึ้นนั้น ควรใช้หลายๆ วิธีร่วมกัน เช่น ใช้การทำเลเซอร์ การผ่าตัด ร่วมกับการใช้ยาสเตียรอยด์ หรือแผ่นเจลซิลิโคน เป็นต้น สำหรับการใช้ยาทาแก้รอยแผลเป็นเพียงอย่างเดียว ไม่มีรายงานการศึกษาทางการแพทย์ว่าได้ผล แต่อาจช่วยให้แผลเป็นมีสีจางลงได้

รักษาแผลเป็น

เมื่อเป็นแผล ไม่ว่าจะเป็นแผลผ่าตัดแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลเปิดบนผิวหนังจากอุบัติเหตุ สิว รักษาแผลเป็น หรือรับการปลูกฝี เมื่อแผลหาย เรามักจะเห็นผิวหนังบริเวณนั้นเปลี่ยนไปจากเดิม โดยจะมีคอลลาเจนเข้ามาทดแทนเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายไป เกิดแผลเป็นขึ้น เราจะสามารถจัดการกับแผลเป็นเหล่านี้ได้หรือไม่

แผลเป็นมีลักษณะอย่างไร?

แผลเป็นมีได้หลายลักษณะ กล่าวคือ

• แผลเป็นที่แบนราบแต่มีสีที่อ่อนกว่าหรือเข้มกว่าสีผิวปกติที่อยู่รอบๆ

• แผลเป็นที่มีการดึงรั้งของผิวหนัง ทำให้ผิวมีความบิดเบี้ยวตามแรงดึงรั้งของแผลเป็น เกิดเป็นพังผืด

• แผลเป็นที่มีความนูนหนา มีขอบเขตชัดเจนอยู่บนตัวแผล ไม่ขยายขอบออกจากแผล แผลอาจมีขนาดเล็กลงได้เอง

• แผลเป็นชนิดคีลอยด์ มีความนูนหนาที่ลุกลามอออกนอกตัวแผล มีลักษณะนูนแข็งเห็นชัดเจนจากผิวหนังปกติ และลามไปยังผิวหนังบริเวณข้างเคียง ตัวแผลมักนูนเหนือผิวหนังปกติตั้งแต่ 4 มิลลิเมตรขึ้นไป แผลเป็นจะไม่ยุบหายไปเอง มักพบแผลเป็นคีลอยด์ บริเวณต้นแขน หู หัวไหล่ ผิวบริเวณหน้าอก

จะรักษาแผลเป็นได้อย่างไร?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สามารถทำให้แผลเป็นดีขึ้นได้บ้าง การรักษามักจะใช้หลายๆ วิธีร่วมกัน ได้แก่

• การใช้ยาทาแก้แผลเป็น เป็นวิธีที่ใช้กันมากในปัจจุบัน เช่น ยาทากลุ่มสเตียรอยด์ ยาทาที่เป็นซิลิโคนเจล ยาทาที่ผสมมิวโคโพลีแซคคาไรด์ เป็นต้น การทายาจะช่วยให้แผลมีสีจางลงหรือบางลงได้ แต่ต้องใช้เวลานาน

• การใช้แผ่นเจลซิลิโคนปิดบนแผนเป็น แผ่นเจลซิลิโคน สามารถยืดหยุ่นตามการเคลื่อนไหวของผิวหนังได้ดี ช่วยลดการขยายตัวของแผล ลดการสูญเสียน้ำออกจากบริเวณรอยแผล มักใช้กับแผลเป็นที่เป็นใหม่ๆ โดยปิดทับแผลมากกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน อาจใช้ระยะเวลานาน 4-6 เดือน ไม่ควรใช้ในขณะเป็นแผลเปิด

• การฉีดยาสเตียรอยด์ วิธีนี้ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ เนื่องจากต้องฉีดยาเข้าใต้แผลเป็น เพื่อให้แผลเป็นยุบตัวลง โดยจะต้องฉีดยาหลายครั้ง ครั้งละประมาณ 0.5-1 ซีซี ห่างกันประมาณ 1 เดือน จะทำให้แผลเป็นแบนราบ ซึ่งใช้เวลาไม่เท่ากันขึ้นกับขนาดแผลเป็น หากมีแผลเป็นขนาดใหญ่จะใช้เวลานานรักษาแผลเป็น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *